Skip to content

Welcome to our store

Lounge Lovers
Previous article
Now Reading:
ตู้เก็บของไม้ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?
Next article

ตู้เก็บของไม้ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?

ตู้เก็บของไม้ มีข้อดี-ข้อเสียอย่างไร คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?

สำหรับใครที่มีข้าวของมากมายแต่ก็ยังอยากให้บ้านดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ตู้เก็บของอเนกประสงค์ถือเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลย โดยเฉพาะตู้จากวัสดุยอดฮิตอย่าง ตู้เก็บของไม้ ซึ่งมีดีไซน์สวยเก๋ มีเฉดสีอบอุ่น คลาสสิค และเข้ากับการแต่งบ้านได้ทุกสไตล์ โดยวัสดุไม้ที่ใช้ก็มีด้วยกันหลากหลายชนิด เช่น ตู้เก็บของไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้ซีดาร์ ที่ต่างมีลวดลายและเฉดสีแตกต่างกันไป ในวันนี้เราเลยจะมาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของ ตู้เก็บของอเนกประสงค์ไม้ พร้อมเผยเทคนิคการดูแลรักษา เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่

ข้อดีของ ตู้เก็บของไม้

ข้อดีของ ตู้เก็บของไม้

ตู้เก็บของที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นมีหลากดีไซน์ หลายขนาด แต่ไม่ว่าจะเป็นตู้รูปแบบไหน ตู้ที่ทำจากไม้ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดฮิตเสมอ ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ ตู้เก็บของไม้ นั้นชนะใจใครหลายคน ก็ได้แก่

  • ตู้ไม้มีความแข็งแรงทนทาน สามารถรับน้ำหนักได้ดี และใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปีหากมีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม รวมถึงตู้ไม้ยังค่อนข้างทนต่อความร้อน ความเย็น แสงแดด การขีดข่วน และแรงกระแทก ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในวัสดุชนิดอื่น
  • มีความสวยงามคลาสสิค และอยู่เหนือกาลเวลา เนื่องจากเนื้อไม้นั้นมีความงดงามตามธรรมชาติอยู่แล้ว อีกทั้งไม้แต่ละชนิดก็ยังมีเฉดสีและลวดลายที่แตกต่างกันออกไป เช่น ตู้ไม้บีชและไม้ซีดาร์ จะมีสีค่อนข้างอ่อน ซึ่งเหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์นมินิมอลหรือสแกนดิเนเวียนที่เน้นความอบอุ่นสบายตา ในขณะที่ ตู้ไม้สัก และไม้มะฮอกกานีจะมีสีเข้มและดูขรึมขลังกว่า ซึ่งอาจเหมาะกับการแต่งบ้านสไตล์ดั้งเดิมหรือแนวรัสติก
  • ตู้ไม้มีหลากหลายดีไซน์ให้เลือก เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่สามารถแปรรูปและดัดแปลงได้ง่าย เราจึงพบทั้งตู้ไม้แบบเรียบๆ คลีนๆ ดูทันสมัย ไปจนถึงตู้ไม้ดีไซน์เก่าแก่ที่มีฉลุลวดลายวิจิตรบรรจง ทำให้ไม่ว่าจะทำบ้านสไตล์ไหน ก็สามารถหา ตู้เก็บของไม้ ที่เข้ากับบ้านได้ไม่ยาก
  • ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่นให้กับบ้าน ด้วยเฉดสีวอร์มโทนของไม้และลวดลายตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ ไม่เรียบทื่อหรือเป็นทางการจนเกินไป สามารถเข้าได้กับทุกมุมของบ้าน ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร
  • ดูแลรักษาค่อนข้างง่าย ทำความสะอาดง่าย และไม่ต้องระมัดระวังอะไรเป็นพิเศษมากนัก นอกจากระวังไม่ให้เนื้อไม้สัมผัสความชื้น
  • สามารถปรับแต่งต่อเติม และซ่อมแซมได้ง่าย เมื่อเทียบกับวัสดุอื่น เช่น เราสามารถทาสีทับ เคลือบเงา หรือแม้หากผิวตู้ไม้เกิดรอยขูดขีด ก็สามารถซ่อมแซมด้วยการขัดและเติมผิวไม้ใหม่ได้หากต้องการ นอกจากนี้ เรายังสามารถปรับแต่งตู้ไม้ด้วยการเจาะรู เพิ่มชั้นวางของ หรือเพิ่มตะขอแขวน ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเพาะกับเฟอร์นิเจอร์ไม้เท่านั้น
  • มีความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากไม้เป็นวัสดุที่มีอายุการใช้งานยาวนาน สามารถหมุนเวียนนำมาใช้ใหม่ได้ อีกทั้งกระบวนการผลิตและแปรรูปไม้ก็ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยมาก เมื่อเทียบกับวัสดุที่มีปิโตรเลียมเป็นองค์ประกอบ ตู้ไม้จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเจ้าของบ้านที่ใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
ข้อเสียของ ตู้เก็บของไม้

ข้อเสียของ ตู้เก็บของไม้

แม้ ตู้เก็บของอเนกประสงค์ไม้ จะมีข้อดีมากมายที่โดนใจใครหลายคน แต่ขณะเดียวกันวัสดุไม้ก็อาจมีข้อเสียหรือข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้เราต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อเช่นกัน ซึ่งได้แก่

  • ตู้ไม้มักมีราคาค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตู้ที่ทำจากไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก หรือไม้โอ๊ค ตู้ที่ทำจากไม้อัด ลามิเนต หรือพาร์ทิเคิลบอร์ด จึงเป็นตัวเลือกที่ราคาย่อมเยาว์กว่า แต่ความทนทานและคุณภาพการใช้งานก็ย่อมด้อยกว่าวัสดุไม้เนื้อแข็ง
  • ไม่ค่อยทนต่อความชื้น จึงอาจไม่เหมาะกับการใช้งานนอกบ้าน หรือวางไว้ในพื้นที่ที่มีโอกาสสัมผัสความชื้นสูง เนื่องจากความชื้นจะทำให้เนื้อไม้บวม ผิดรูป และทำให้โครงสร้างของตู้เสียหายได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับตู้ไม้ที่ต้องการใช้งานนอกบ้านหรือใช้ในครัว ก็สามารถเคลือบผิวไม้เพื่อป้องกันความชื้นได้เช่นกัน
  • มีโอกาสเปื่อย ผุพัง หรือโดนแมลงกัดแทะได้ โดยเฉพาะในแถบบ้านเราที่สภาพอากาศมีความชื้นค่อนข้างสูง จึงอาจจำเป็นต้องมีการฉีดพ่นน้ำยาป้องกันปลวกเป็นประจำทุก 1-2 ปีเช่นกัน
  • จำเป็นต้องดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แม้ตู้ไม้จะดูแลและทำความสะอาดค่อนข้างง่าย แต่หากต้องการให้ตู้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ก็มีข้อที่เราใส่ใจเป็นพิเศษเช่นกัน เช่น การระวังการเกิดรอยขูดขีด การหลีกเลี่ยงความชื้น และการป้องกันไม่ให้ถูกปลวกกัดแทะ ตามที่เราได้กล่าวถึงไปแล้ว
การดูแลรักษา ตู้เก็บของไม้

การดูแลรักษา ตู้เก็บของไม้

สำหรับการดูแลรักษา ตู้เก็บของไม้ ให้สวยงามเหมือนใหม่อยู่เสมอและไม่ผุพังไปตามกาลเวลา มีขั้นตอนที่สำคัญดังนี้

  • เมื่อมีคราบเปื้อน เช่น คราบมัน หรือคราบอาหาร ให้รีบเช็ดทำความสะอาดทันทีด้วยน้ำอุ่น หรือน้ำสบู่ที่มีความอ่อนโยน แต่หากเกิดคราบติดแน่นที่เช็ดไม่ออก ก็สามารถใช้ผ้าชุบน้ำที่ผสมน้ำส้มสายชูเช็ดเบาๆ ได้ ทั้งนี้ ระวังอย่าถูแรงเกินไปเพราะอาจทำให้ไม้มีรอยด่าง หรือผิวไม้ที่ถูกเคลือบไว้หลุดลอกเสียหาย
  • ระวังไม่ให้มีคราบน้ำขังหรือความชื้นสะสมบนตู้ไม้ เพราะจะทำให้เนื้อไม้เปื่อยยุ่ยเสียหาย และส่งผลต่อโครงสร้างโดยรวมของตู้ด้วย หากเผลอทำของเหลวหกใส่ตู้จึงควรเช็ดทันทีด้วยผ้าแห้งเนื้อนุ่ม รวมถึงควรหลีกเลี่ยงการนำผ้าที่เปียกชื้นมาพาดบนตู้ด้วย
  • ทำความสะอาดผิวตู้ภายนอกทุกๆ สัปดาห์ โดยใช้น้ำสบู่หรือน้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์ที่มีฤทธิ์อ่อน เช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์เพื่อกำจัดรอยเปื้อนและฝุ่นละออง และอาจเช็ดตามอีกครั้งด้วยผ้าแห้ง ทั้งนี้ ควรหลีกเลี่ยงน้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์แรง เช่น น้ำยาฟอกขาว น้ำยาที่มีส่วนผสมของกรดหรือแอมโมเนีย เพราะอาจทำให้เนื้อไม้เปลี่ยนสีหรือผุกร่อนเร็วได้
  • ทำความสะอาดภายในตู้อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน ด้วยวิธีการและผลิตภัณฑ์เดียวกันกับที่ใช้ภายนอกตู้ โดยอาจใช้โอกาสนี้เคลียร์สิ่งของเก่าๆ ที่ไม่ใช้ออก แล้วจัดระเบียบภายในตู้ใหม่ให้เรียบร้อย รวมถึงสังเกตดูด้วยว่าโครงสร้างภายในตู้มีความเสียหาย หรือถูกแมลงกัดแทะหรือไม่
การดูแลรักษา ตู้เก็บของไม้

ถึงตรงนี้ ทุกคนคงได้อ่านข้อดี-ข้อเสีย และวิธีการดูแลรักษา ตู้เก็บของไม้ อย่างเหมาะสมกันไปแล้ว และคงพอพิจารณาได้ว่า ตู้เก็บของอเนกประสงค์ไม้ นั้นคุ้มค่ากับการลงทุนและเข้ากับไลฟสไตล์เราหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ตู้เก็บของที่ทำจากไม้ก็มีหลากหลายชนิด เช่น ตู้เก็บของไม้สัก ไม้โอ๊ค ไม้บีช ซึ่งแต่ละชนิดก็อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปบ้าง ใครที่สนใจตู้เก็บของประเภทนี้ก็สามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อได้เลย

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close