Skip to content

Welcome to Lounge Lovers Store

Lounge Lovers
Previous article
Now Reading:
Restaurant Lighting แสงและโคมไฟมีผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างไร
Next article

Restaurant Lighting แสงและโคมไฟมีผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารอย่างไร

เมื่อพูดถึงการออกแบบร้านอาหาร หลายคนมักนึกถึงเมนู การตกแต่งโต๊ะเก้าอี้ โคมไฟ หรือการเลือกสีผนังก่อน แต่องค์ประกอบที่ส่งผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารมากที่สุดอย่างหนึ่งคือแสง

งานวิจัยด้านจิตวิทยาสี (color psychology) และการรับรู้รสชาติเชื่อมโยง (crossmodal perception) ชี้ให้เห็นว่าสีและความเข้มของแสงส่งผลต่อการรับรู้รสชาติของสมองจริง แสงที่ออกแบบโดยไม่คำนึงถึงประเด็นนี้อาจทำให้อาหารอร่อยเท่าใดก็ดูไม่น่าทานเท่าที่ควรจะเป็น บทความนี้จะพาเจ้าของร้านเข้าใจหลักการจัดแสงที่ส่งผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารโดยตรง

แสงมีผลต่อรสชาติและความอยากอาหารอย่างไร

แสงสีอุ่น (warm white, 2700-3000K) ทำให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้น เนื่องจากเพิ่มความอิ่มของสีน้ำตาลและสีเนื้อสัตว์ให้ดูกระจ่างจนจนน่ารับประทานมากขึ้น จึงเหมาะกับร้านสเตกหรือร้านอาหารที่เน้นเนื้อสัตว์เป็นหลัก ส่วนแสงสีขาวนวล (4000K ขึ้นไป) เหมาะกับร้านอาหารสุขภาพหรือสลัดที่เน้นความสดใหม่และสะอาด เพราะให้ความรู้สึกสะอาดเหมือนแสงกลางวัน

นอกจากสีของแสง ความเข้มของแสง (contrast) ระหว่างจานอาหารกับพื้นโต๊ะก็มีผลเช่นกัน การใช้แสง spotlight ส่องลงที่จานอาหารโดยตรงช่วยเน้นรูปร่าง สีสัน และการจัดจานของอาหารให้ดูน่ารับประทานมากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคที่ร้านอาหารระดับ fine dining นิยมใช้กัน

อุณหภูมิสีแสงกับประเภทร้านอาหาร

ร้านอาหารแต่ละประเภทมีความต้องการด้านแสงที่ต่างกัน ร้านอาหารครอบครัวหรือร้านเช้าเช้ามักเน้นแสงสว่างทั่วถึงเพื่อสร้างความรู้สึกสดชื่นและกระฉับกระเชง ส่วนร้านอาหารระดับ fine dining เน้นแสงสีอุ่นเข้มข้นเพื่อสร้างบรรยากาศหรูหราและเป็นส่วนตัว

ร้านอาหารอีสานหรือร้านปิ้งย่างเปิดที่เน้นความคึกคัก มักใช้แสงสีอุ่นสว่างเพียงพอเพื่อสร้างบรรยากาศสบายๆ ส่วนร้านบูฟเฟต์หรือฟูดคอร์ทที่ต้องการการหมุนเวียนของลูกค้าเร็วขึ้นต้องการแสงสว่างและเย็นขึ้น

การจัดแสงเป็นชั้นตามโซน

โต๊ะอาหาร

โซนนี้ต้องการแสงที่สว่างเพียงพอให้เห็นหน้าตาเมนูและสีสันของอาหาร แต่ไม่สว่างจนรบกวนสายตาของลูกค้า โคมห้อย (pendant) ที่แขวนต่ำเหนือโต๊ะเล็กน้อยเป็นเทคนิคที่ช่วยจำกัดวงแสงได้ดี

บาร์

โซนนี้ต้องการความสดใสและมีชีวิตชีวามากกว่าโซนทานอาหาร โคมที่มีสีสันหรือแสงสีทองอุ่นช่วยดึงดูดสายตาของลูกค้าที่มานั่งรออาหาร

ทางเดินและทางเข้า

โซนนี้ควรใช้แสงที่นวลกว่าโซนนั่งเล็กน้อยเพื่อความปลอดภัยและนำทางสายตาได้ชัดเจน โดยไม่ทำให้บรรยากาศโดยรวมสว่างเกินไปจนเสียความสงบ

โคมไฟที่เหมาะกับประเภทร้านอาหาร

ร้านอาหารสไตล์ casual หรือ fast-casual เหมาะกับโคมเพดานทรงเรขาคณิต ขนาดกะทัดรัด ของโคมเพดานชั้นเดียวเหนือโต๊ะที่นั่ง 2 คน ช่วยเน้นสำหรับตกแต่งที่สะอาดตา ไม่รกรุงรังเกินไป

ร้านอาหาร fine dining นิยมโคมแชนเดอเรียขนาดกลางหรือโคมเปลือด้วยกระจกทองเหลืองเป็นจุดเด่นของห้อง ควบคู่กับเทียนตั้งโตะหรือโคมซ่อนที่ให้แสงนุ่มนวลเป็นพื้นหลัง

ส่วนร้านอาหารสไตล์ Rustic หรือเน้นกลิ่นอายการที่อีสาน นิยมโคมไฟลอฟ์ทหรือหลอดไฟ Edison เปลือยเปล่า เพื่อสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง

งบประมาณและความคุ้มค่า

การลงทุนกับแสงและโคมไฟที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อระยะเวลาที่ลูกค้านั่งทาน ร้านที่ต้องการหมุนเวียนโต๊ะเร็วควรใช้แสงสว่างกว่าเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นการทาน ขณะที่ร้านที่ต้องการให้ลูกค้านั่งนานควรเน้นแสงอุ่นและผ่อนคลาย

การเลือกโคมไฟที่ปรับความสว่างได้หลายระดับ (dimmer) ช่วยให้ร้านอาหารปรับบรรยากาศตามช่วงเวลา เช่น กลางวันที่สว่างกว่า กับช่วงค่ำที่ต้องการบรรยากาศสบายมากขึ้น โดยไม่ต้องเปลี่ยนหลอดหรือโคมใหม่

การปรึกษาอินทีเรียดีไซเนอร์ที่เชี่ยวชาญด้านร้านอาหารจะช่วยวางแผนแสงให้สอดคล้องกับคอนเซปต์ร้านและงบประมาณตั้งแต่เริ่มต้น เพราะแสงมีผลต่อทั้งประสบการณ์ลูกค้าและต้นทุนค่าไฟฟ้าระยะยาว

แสงและโคมไฟไม่ใช่เรื่องของความสวยงาม แต่เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ส่งผลต่อประสบการณ์การรับประทานอาหารโดยตรง การกำหนดอุณหภูมิสีแสงให้เหมาะกับประเภทร้าน การจัดแสงเป็นชั้นตามโซน และการเลือกโคมไฟให้เข้ากับสไตล์ร้าน จะช่วยเพิ่มเวลาที่ลูกค้านั่งทาน เพิ่มอัตราการเข้าใช้ซ้ำ และสร้างชื่อเสียงให้กับร้านได้อย่างยั่งยืน

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close