Skip to content

Welcome to our store

Lounge Lovers
Previous article
Now Reading:
ข้อดี-ข้อเสียของ ตู้เก็บจานชาม และเครื่องครัวแบบลอยตัว ตู้แบบนี้ใช่สำหรับห้องครัวเราหรือเปล่า
Next article

ข้อดี-ข้อเสียของ ตู้เก็บจานชาม และเครื่องครัวแบบลอยตัว ตู้แบบนี้ใช่สำหรับห้องครัวเราหรือเปล่า

ข้อดี-ข้อเสียของตู้เก็บจานชามและเครื่องครัวแบบลอยตัว ตู้แบบนี้ใช่สำหรับห้องครัวเราหรือเปล่า

ตู้เก็บจานชาม และเครื่องครัวแบบลอยตัว หรือแบบ freestanding ซึ่งเป็นตู้ที่ถูกยกมาตั้งบนพื้นโดยไม่จำเป็นต้อง built-in เข้ากับผนังห้อง เป็นเฟอร์นิเจอร์สุดคลาสสิคที่เราน่าจะคุ้นเคยกันดี ซึ่งตู้ประเภทนี้ก็มีอยู่หลายรูปแบบ ตั้งแต่ ตู้เก็บของไม้ ตู้สแตนเลส ตู้เมลามีน ตู้เก็บของบานเลื่อน บานพับ หรือตู้แบบเปิดโล่ง อย่างไรก็ตาม ห้องครัวของบ้านยุคใหม่หลายหลังหันมาใช้งานตู้ครัวแบบบิลท์อินกันมากขึ้น เนื่องจากการออกแบบที่รับกับพื้นที่ห้องครัวได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้ตู้แบบลอยตัวกลายเป็นไอเทมที่ได้รับความนิยมน้อยลง จนหลายคนลังเลว่าตู้แบบนี้จะเหมาะกับห้องครัวของเราหรือเปล่า ในวันนี้เราเลยจะมาพูดถึง ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว พร้อมบอกข้อดีข้อเสียและเหตุผลประกอบการตัดสินใจ ว่าตู้แบบไหนใช่สำหรับห้องครัวคุณมากกว่ากัน

รูปแบบของ ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว

ตู้เก็บเครื่องครัวและจานชามแบบลอยตัวมาในหลากหลายรูปแบบและดีไซน์ให้เลือกได้ตามความเหมาะสม ตัวอย่างเช่น

  • ตู้ครัวแบบสูง ซึ่งโดยทั่วไปจะมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 72-96 นิ้ว โดยคนมักใช้ในการเก็บอาหาร เครื่องครัว อุปกรณ์ทานอาหาร รวมไปถึงใช้เป็นตู้โชว์ของสะสมอย่างถ้วยชามสวยๆ ได้อีกด้วย
  • ตู้ครัวแบบเตี้ย มักมีความสูงอยู่ที่ 24-26 นิ้ว ซึ่งนอกจากจะใช้ในการเก็บถ้วยชามและอุปกรณ์ทำครัวแล้ว ยังเหมาะจะใช้เป็นตู้เคาน์เตอร์สำหรับเตรียมอาหาร หรือใช้วางใต้อ่างล้างมือในห้องครัวและห้องน้ำก็ได้เช่นกัน
  • ตู้ครัวแบบมีขาตั้ง ซึ่งตัวตู้ยกสูงจากพื้น มีข้อดีคือดีไซน์ที่โปร่งบางกว่า ลดโอกาสการเดินเตะหรือเฉี่ยวชนตู้ได้ อีกทั้งในกรณีที่ใช้เป็นตู้เก็บกับข้าว เราก็สามารถนำถ้วยใส่น้ำมารองที่ขาตู้เพื่อป้องกันมด แมลง และสัตว์ต่างๆ เข้าไปในตู้ได้ด้วย
  • ตู้แบบมีประตู หรือมีบานตู้เปิด-ปิดได้ ซึ่งจะช่วยป้องกันฝุ่นละออง สิ่งสกปรก รวมถึงลดโอกาสที่จานชามข้างในจะตกแตกเสียหาย โดยตู้ประเภทนี้ก็มีตั้งแต่ ตู้เก็บของบานเลื่อน บานพับ หรือแบบลิ้นชัก [li]ตู้แบบเปิดโล่ง หรือตู้ที่ไม่มีบานตู้ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างสะดวกในการหยิบและหาสิ่งของ แต่ก็ต้องระวังในเรื่องฝุ่นละออง รวมถึงโอกาสที่ของในตู้จะหล่นลงมาเสียหายได้
รูปแบบของ ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว

ข้อดีของ ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว

ข้อดีของ ตู้เก็บจานชาม และเครื่องครัวแบบลอยตัวมีดังต่อไปนี้

  • มีความยืดหยุ่นกว่า เนื่องจากตู้แบบลอยตัวไม่ถูกยึดติดหรือฝังลงในผนัง ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายได้ตามต้องการ โดยเฉพาะในยามที่เราต้องการจัดมุมต่างๆ ในห้องครัวใหม่ หรือตู้ตัวเก่ามีการผุพังเสียหาย แล้วต้องการเอาตู้ตัวใหม่มาวางทดแทน ก็สามารถทำได้ง่ายๆ เช่นกัน
  • ตู้แบบลอยตัวหลายชิ้นมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเหมาะจะใช้เป็นตัวเพิ่มลูกเล่นและสร้างเสน่ห์ให้กับห้องครัว ตัวอย่างเช่น ตู้เก็บของไม้ สไตล์รัสติก หรือตู้สีขาวสไตล์ชนบทฝรั่งเศสที่มีดีเทลสุดน่ารัก ซึ่งรูปลักษณ์ที่คลาสสิคแบบนี้มักหาไม่ได้ในตู้ครัวยุคใหม่ที่มาในแบบบิลท์อิน
  • ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของ โดยเฉพาะหากห้องครัวของเรามีชุดตู้เก็บของแบบบิลท์อินอยู่แล้ว แต่ข้าวของก็ยังมีมากมายจนไม่มีพื้นที่เพียงพอต่อการเก็บ การเพิ่มตู้แบบลอยตัวขนาดย่อมเข้าไปจึงเป็นไอเดียที่ง่ายและสะดวกกว่าการติดตู้แบบบิลท์อินเพิ่มอีกชุด
  • ทำความสะอาดได้ง่าย เนื่องจากตู้แบบลอยตัวสามารถเคลื่อนย้ายได้ หากตู้มีความสกปรกจากอาหารที่เผลอทำหกใส่ หรือตู้เริ่มมีกลิ่นอับ เราก็สามารถเคลื่อนตู้ออกมาเช็ดล้างทำความสะอาดทุกซอกมุม หรือนำไปผึ่งแดดได้เลย
ข้อดีของ ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว

ข้อเสียของ ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว

ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัวมีข้อที่ด้อยกว่า เมื่อเทียบกับตู้ครัวแบบ built-in ดังต่อไปนี้

  • ใช้พื้นที่จัดวางมากกว่า เนื่องจากตู้รูปแบบนี้จะต้องวางบนพื้นห้อง อีกทั้งยังต้องเหลือพื้นที่โดยรอบไว้เล็กน้อยในการขยับเคลื่อนย้าย ทำให้เปลืองเนื้อที่จัดวางมากกว่าตู้แบบบิลท์อินที่เราสามารถยึดติดกับผนังได้ และยังถูกออกแบบมาให้เข้าล็อกกับพื้นที่ว่างได้อย่างพอดิบพอดี ห้องครัวที่ค่อนข้างแคบจึงอาจไม่เหมาะกับการวางตู้แบบลอยตัวสักเท่าไหร่
  • มีขนาดและรูปแบบที่จำกัด ตู้เก็บของแบบลอยตัวสำเร็จรูปที่วางขายทั่วไปตามร้านเฟอร์นิเจอร์มักมาในขนาดและรูปแบบที่ถูกกำหนดไว้ตายตัว ซึ่งเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เว้นแต่จะสั่งทำกับร้านผลิตเฟอร์นิเจอร์โดยเฉพาะเท่านั้น ซึ่งต่างจากตู้ครัวแบบบิลท์อินโดยส่วนใหญ่ที่เราสามารถกำหนดขนาด ดีไซน์ และรูปแบบที่ต้องการได้อย่างอิสระ เช่น เราสามารถเลือก ตู้เก็บของบานเลื่อน ผสมกับบานพับ และมีลิ้นชักเล็กข้างในได้ตามความพอใจ
  • มีราคาสูงกว่าในขนาดที่เท่ากันและวัสดุแบบเดียวกัน นั่นก็เพราะนอกเหนือจากบานตู้ด้านหน้าแล้ว ด้านข้างและด้านหลังของตู้ก็ต้องมีการตกแต่งเก็บรายละเอียดอย่างเต็มรูปแบบด้วย ซึ่งต่างจากตู้แขวนติดผนังที่บางครั้งด้านหลังตู้ก็สามารถใช้วัสดุที่บางลง รวมถึงไม่ต้องตกแต่งให้สวยเนี้ยบมากนัก เมื่อเทียบราคาแล้วจึงมักถูกกว่านั่นเอง

ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว Vs. แบบ built-in แบบไหนเหมาะกับเรา

การเลือกระหว่างตู้เก็บเครื่องครัวทั้งสองแบบ อาจต้องพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ภายในห้องครัวของเราเป็นหลัก หากครัวของเรามีพื้นที่ค่อนข้างแคบ หรือมีรูปทรงที่ไม่สมมาตร เช่น มีความเว้าโค้ง การเลือกตู้ครัวแบบบิลท์อินที่ถูกออกแบบและติดตั้งมาให้กับเข้ากับพื้นที่โดยเฉพาะ ก็ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่า แล้วค่อยหาตู้แบบลอยตัวขนาดเล็กมาเสริมเพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บของในภายหลัง

ในทางกลับกัน หากห้องครัวมีขนาดค่อนข้างกว้าง หรือครัวมีการตกแต่งในสไตล์คันทรี รัสติก หรือวินเทจ การเลือกตู้ครัวแบบลอยตัวสุดเก๋ก็ย่อมจะเข้ากับห้อง และเหมาะกับดีไซน์โดยรวมมากกว่า

ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว Vs. แบบ built-in แบบไหนเหมาะกับเรา

ตู้เก็บจานชาม แบบลอยตัว หรือ freestanding kitchen cabinets นั้นก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างที่เราได้กล่าวไปแล้วข้างต้น รวมถึงยังมีรูปแบบและดีไซน์ที่หลากหลาย เช่น ตู้เก็บของไม้ ตู้เมลามีน ตู้สแตนเลส ตู้เก็บของบานเลื่อน บานพับ หรือตู้ลิ้นชัก ใครที่มองแล้วว่าตู้แบบนี้แหละ ที่เหมาะกับห้องครัวของเรา ก็สามารถเลือกรูปแบบที่ใช่กับสไตล์ที่ชอบ พร้อมฟังก์ชันที่ตรงใจไปใช้งานได้เลย

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close