จัดตกแต่งโต๊ะทำงานด้วยโคมไฟเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานอย่างมีสไตล์

จัดตกแต่งโต๊ะทำงานด้วยโคมไฟเพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานอย่างมีสไตล์

เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวันของเรา นอกจากการเรียนรู้ในวัยเด็กและการทำงานในวัยผู้ใหญ่แล้วก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าเราใช้เวลาอยู่กับมันมากพอ ๆ กับการอยู่กับครอบครัวและคนที่เรารักไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นโต๊ะทำงานหรือโต๊ะที่เราใช้ประโยชน์เพื่อการอ่านหนังสือ ทำการบ้าน รวบรวมความคิดอ่านต่าง ๆ นี้ จะต้องเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ ของที่เราชอบ สไตล์ของเรา ประกอบไว้ด้วยกันเพื่อดึงดูดให้น่าใช้งาน จัดตั้งในพื้นที่ที่มีความสว่างที่เพียงพอ หรือแสงจากโคมไฟแสงวอร์มไวท์มาตั้งไว้ที่โต๊ะทำงาน ด้วยโคมไฟตั้งโต๊ะดีไซน์โมเดิร์นสไตล์ หรือโคมไฟตั้งพื้นแบบเรียบง่ายมินิมอลสไตล์ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศแสงเข้มที่ดูเคร่งเครียดให้เป็นแสงอ่อน ๆ เปลี่ยนบรรยากาศให้ดูสบาย ๆ น่าทำงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของโต๊ะทำงานนี้ได้อย่างสบายตา

 

เทคนิคการจัดแสงสำหรับโต๊ะทำงานตามสไตล์ด้วยโคมไฟตั้งพื้น

เทคนิคการจัดแสงสำหรับโต๊ะทำงานตามสไตล์ด้วยโคมไฟตั้งพื้น

การจัดโต๊ะทำงานเริ่มจากการจัดห้องทำงานตามความเหมาะสมแล้ว นอกจากการติดตั้งไฟที่เพดานเพื่อให้แสงสว่าง เพื่อที่จะถนอมดวงตาของเราและป้องกันความอ่อนล้าแล้ว การติดโคมไฟที่ผนัง หรือ โคมไฟตั้งพื้นก็จะช่วยทำให้บรรยากาศในห้องดีขึ้น ดูผ่อนคลายสบายๆ เอื้อบรรยากาศในการทำงานอย่างไม่เคร่งเครียดเกินไปได้ ถ้าทำงานในช่วงเวลากลางวัน ควรนำโต๊ะทำงานมาตั้งติดชิดกับหน้าต่างหรือริมระเบียงให้มากที่สุด โต๊ะทำงานควรอยู่ในบริเวณที่ได้รับแสงธรรมชาติอย่างเพียงพอ เพราะแสงธรรมชาติคือแสงที่สบายตาที่สุดสำหรับมนุษย์ และในบางครั้ง ถ้าแสงแดดแรงเกิน ก็สามารถนำผ้าม่านที่ปรับระดับความเข้มของแสงมาติดบริเวณโต๊ะทำงานและหน้าต่างได้ ควรจัดทิศทางให้แสงธรรมชาติเข้ามาทางด้านหน้าของโต๊ะทำงาน แต่อยู่เหนือระดับสายตา เพื่อป้องกันการเพ่งสายตาในระหว่างทำงาน หรือถ้ามีพื้นที่ไม่เพียงพอ ก็สามารถจัดทิศทางให้แสงธรรมชาติเข้ามาด้านข้างได้เช่นกัน ถ้าเราถนัดซ้ายควรจัดให้แสงเข้ามาทางด้านขวา และถ้าถนัดขวา ควรจัดให้แสงเข้ามาทางด้านซ้าย เพื่อป้องกันเงาที่จะมารบกวนในตอนทำงาน ในบางครั้ง บริเวณห้องทำงานหรือโต๊ะทำงานมีแสงสว่างจากธรรมชาติไม่เพียงพอ ก็สามารถใช้หลอดไฟฮาโลเจนและหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ นำมาใช้แทนแสงธรรมชาติได้ เพราะแสงจากหลอดไฟทั้งสองแบบนี้ มีความคล้ายคลึงกับแสงแดดและแสงในช่วงเวลากลางวันมากที่สุด แสงจะไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป ส่วนสีของหลอดไฟควรใช้โทน Cool White เพื่อทำให้เกิดความสบายตาในขณะการทำงาน และทำให้การมองสีจากงานที่เราทำอยู่ไม่ผิดเพี้ยน ความสว่างที่ควรใช้ในห้องทำงาน ควรใช้ความสว่างประมาณ 400 – 600 ลักซ์ เพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในการทำงาน ถ้าใช้ความสว่างน้อยหรือมากไปกว่านี้ จะทำให้ไม่สบายตาและยังไม่ดีต่อสายตาในการทำงานอีกด้วย

เทคนิคการจัดวางโคมไฟตั้งโต๊ะตามการใช้งานอย่างเหมาะสม

เทคนิคการจัดวางโคมไฟตั้งโต๊ะตามการใช้งานอย่างเหมาะสม

การจัดวางตำแหน่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน หรือทำงานที่มีความละเอียดสูง เช่น การออกแบบงานวาดรูป ทำงานประดิษฐ์ งานฝีมือเย็บปักถักร้อย แสงสว่างที่ชัดเจนจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญในตอนทำงาน และควรใช้หลอดไฟสี Cool White เพื่อสร้างความสบายตาอีกด้วย ทิศทางที่ตั้งของโคมไฟก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญ ถ้าเป็นคนถนัดข้างขวา ควรตั้งโคมไฟไว้ด้านซ้าย และถนัดซ้าย ควรตั้งโคมไฟไว้ด้านขวา เพื่อไม่ให้เงาจากโคมไฟมาบังในขณะที่กำลังทำงานอยู่นั่นเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ โคมไฟตั้งโต๊ะแบบที่มีแขนปรับได้ เพื่อไม่ให้แสงจ้าจนเกินไป อีกสิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึง คือ ตำแหน่งทิศทางการตั้งโคมไฟตั้งโต๊ะ ควรตั้งไว้ตรงข้ามมือข้างที่ถนัดสามารถป้องกันเงาได้ หากเราถนัดขวาก็ควรวางโคมไฟตั้งโต๊ะไว้ด้านซ้าย หากถนัดซ้ายก็ให้วางไว้ด้านตรงข้าม จะเป็นการจัดแสงที่สนับสนุนการทำงานของเราได้มากกว่า การทำงานในช่วงเวลากลางคืน ควรหาโคมไฟตั้งโต๊ะที่สามารถปรับระดับ หรือขยับไปมา เพื่อเพิ่มความสว่างให้กับโต๊ะทำงานเพิ่มเติม เพราะโคมไฟทำให้สามารถมองเห็นงานได้ชัดเจนมากขึ้น จะไม่ต้องเพ่งตาในขณะทำงานได้เป็นอย่างดี

เราสามารถสร้างสรรค์ความน่าใช้งานของโต๊ะทำงานด้วยการตกแต่งด้วยโคมไฟตั้งโต๊ะ หรือ โคมไฟตั้งพื้นที่เราชื่นชอบแล้วนั้น มีหนึ่งปัจจัยที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตาในขณะทำงาน คือแสงที่สะท้อนจากโคมไฟเหนือศีรษะ การเห็นแสงสะท้อนทำให้ต้องใช้สายตาเพ่งในการทำงานมากกว่าปกติ เมื่อนานไปอาจเกิดอาการปวดตาได้ สามารถแก้ปัญหาได้โดยการขยับโต๊ะทำงานไปในบริเวณที่ไม่เจอแสงสะท้อน หรือเปลี่ยนทิศทางของโคมไฟ ปัจจัยที่สำคัญในการเลือกทิศทางตั้งโต๊ะทำงาน ถ้าได้รับแสงสว่างที่เพียงพอ ก็สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสงบ และเกิดความผ่อนคลาย ส่วนแสงที่มืดหรือสว่างไป ก็จะส่งผลเสียต่อสายของผู้ใช้งานโดยตรง ทั้งการเพ่งตาในการจ้องจอคอมพิวเตอร์ จนสายตาเมื่อยล้า และปวดตาในท้ายที่สุด และแสงยังส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์และความรู้สึกในการทำงานของผู้ใช้ได้ เช่น แสงธรรมชาติทำให้รู้สึกมีสมาธิ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงควรใส่ใจทิศทางในการติดตั้งแสงรวมทั้ง การวางโต๊ะทำงาน เพื่อเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม เพียงเท่านี้เราก็สามารถทำงานได้อย่างมีความสุข