เลือกโคมไฟต้องแคร์หลอดไฟ เซฟค่าไฟได้ทุกเดือน

เลือกโคมไฟต้องแคร์หลอดไฟ เซฟค่าไฟได้ทุกเดือน

ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดของโคมไฟนั่นก็คือหลอดไฟนั่นเอง การจะเลือกซื้อโคมไฟนั้นถ้าเลือกได้ควรพิจารณาถึงชนิดของหลอดไฟด้วยว่าเป็นประเภทไหน เพราะปัจจุบันมี หลอดไฟ ให้เลือกมากมายหลายประเภทการใช้งานและหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น หลอดไส้หรือหลอดแอลอีดี รวมไปถึงชนิดของขั้วหลอด E14 หรือ E27 และชนิดของการให้แสงด้วยว่าให้แสงแบบไหน แสงแบบเดย์ไลท์หรือวอร์มไวท์ รวมไปถึงกำลังวัตต์ และอีกมากมาย บางคนซื้อโคมไฟแต่ไม่เคยสังเกตเลยว่าใช้หลอดไฟประเภทไหน ถ้าเกิดวันหนึ่งต้องเปลี่ยนหลอดไฟก็ควรจะมีความรู้เบื่องต้นเพื่อจะได้เลือกหลอดไฟได้อย่างเหมาะสมและที่สำคัญควรประหยัดพลังงาน เพื่อประหยัดค่าไฟด้วย

เลือกโคมไฟต้องแคร์หลอดไฟ เซฟค่าไฟได้ทุกเดือน

หลอดไฟ LED กินไฟน้อยกว่าหลอดไฟประเภทอื่นจริงหรือ

ความจริงแล้วนั้นหลอดไฟแอลอีดีที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด มีค่าวัตต์ความสว่างสูงเทียบเท่าหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ (หลอดตะเกียบ) และหลอดทังสเตน (หลอดไส้) ในปริมาณวัตต์ไฟฟ้าที่น้อยกว่าอย่างมีนัยยะสำคัญ ดั่งจะเห็นได้ชัดในแอลอีดี 18 วัตต์ ให้ค่าความสว่างเท่ากับหลอดไส้แบบ 180 วัตต์ กินไฟต่างกันถึง 10 เท่าเลยทีเดียว สำหรับแสงที่ส่องสว่างที่ออกจากหลอดไฟ LED จะมีลักษณะพุ่งตรงเป็นลำแสงไม่ค่อยมีการกระเจิงของแสง ทำให้แสงที่ได้จากหลอดไฟ LED นั้นจะครอบคลุมพื้นที่ไม่กว้างเท่าหลอดไฟแบบอื่น ๆ แต่สำหรับการใช้งานที่ต้องการพื้นที่ความสว่างครอบคลุมในวงกว้างผู้ผลิตได้พัฒนาโดมครอบขึ้นมาเพื่อให้ทิศทางแสงของหลอด LED นั้นกระจายตัวเป็นวงกว้างได้ดียิ่งขึ้น

หลอดไฟแบบฟลูออเรสเซนต์ดีหรือไม่

หลอดไฟแบบฟลูออเรสเซนต์ หรือที่เราเรียกกันว่า หลอดไฟนีออน มีลักษณะเป็นหลอดแก้ว ภายในบรรจุแก๊ส มีขั้วหลอดทั้งสองฝั่ง เราสามารถเห็นได้ทั่วไปในบ้านหรือสำนักงาน หลอดไฟประเภทนี้ให้แสงสว่างค่อนข้างมาก เหมาะใช้กับโคมไฟสำหรับอ่านหนังสือหรือโคมไฟในโต๊ะทำงาน เป็นหลอดที่มีประสิทธิภาพแสงและอายุการใช้งานค่อนข้างนาน หลอดฟลูออเรสเซนต์แท่งยาวที่ใช้แพร่หลายมีขนาด 36 วัตต์ นอกจากนี้ยังมีหลอดคอมแพคฟลูออเรสเซนต์ (CFL) หรือหลอดตะเกียบชนิดให้สีของแสงออกมาเทียบเท่าร้อยละ 85 ของหลอดไส้ (ให้สีของแสงดีที่สุด) สำหรับใช้แทนหลอดไส้ช่วยประหยัดไฟ และอายุการใช้งานนานกว่า 8 เท่าของหลอดไส้ มี 2 แบบ คือแบบขั้วเกลียวกับขั้วเสียบ

แล้วเลือกหลอดไฟแบบไหนดีกว่ากัน

หลอดไฟแต่ละชนิดจะมีรอบและอายุการใช้งานตามกำหนดของมัน เมื่อหลอดไฟเสื่อมสภาพก็ต้องซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยน (เปลี่ยนแค่หลอดไฟ ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งโคมไฟ) ดังนั้นหากจะพิจารณาถึงเรื่องของพลังงานและความคุ้มค่าแล้ว ต้องนำเรื่องของอายุการใช้งานมาประกอบการพิจารณาด้วย ต่อมาก็จะเป็นปัจจัยเรื่องของราคาและแสงสว่าง

หลอดไฟที่ถือว่าปรัหยัดสุดในทุกวันนี้คงหนีไม่พ้นหลอดไฟ LED เพราะนอกจากราคาจะไม่สูงมากแล้วนั้น หลอดไฟประเภทนี้ยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน อยู่ได้ถึง 50,000-60,000 ชั่วโมง ประเด็นสำคัญของความคุ้มค่าสำหรับหลอดไฟ LED นั้น เพราะมันประหยัดพลังงานค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับหลอดไฟประเภทอื่น

หลอดไฟ LED มีแสงหลายสีให้เลือกใช้งาน ขนาดที่เล็กทำให้ยืดหยุ่นในการออกแบบ นำไปใช้ด้านตกแต่งได้ดี มีความทนทาน ไม่ต้องห่วงเรื่องไส้หลอดขาด หรือหลอดแตก ทั้งยังปรับหรี่แสงได้ง่ายกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์ และที่สำคัญ ปราศจากปรอท และสารกลุ่มฮาโลเจนที่เป็นพิษ

เลือกชนิดแสงของหลอดไฟให้เป๊ะกับความต้องการ

การเลือกซื้อหลอดไฟ นอกจากต้องดูที่ชนิดของหลอดไฟและความประหยัดพลังงานแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเลือกให้แน่ใจก่อนซื้อก็คือ เรื่องโทนสีของแสงจากหลอดไฟ เพราะแสงนั้นมีผลกับอารมณ์และประสิทธิภาพในการมองเห็น โดยเฉพาะหลอดไส้ และหลอดประหยัดไฟที่นิยมใช้งานกันตามบ้านพักอาศัย ทั้งนี้อุณหภูมิสี (Color Temperature) ของแสงจากหลอดไฟมีหน่วยเป็นเคลวิน (Kelvin) โดยอุณหภูมิสีจะบอกเราได้ว่าแสงที่ได้มีความขาวบริสุทธิ์มากน้อยแค่ไหน ถ้าหลอดไฟมีค่าอุณหภูมิสีของแสงน้อย แสงที่ได้จะออกมาในโทนสีเหลือง แต่ถ้าค่าอุณหภูมิสีของแสงสูงขึ้น แสงที่ได้จะออกมาในโทนสีขาวหรือสีขาวอมฟ้า

เลือกโคมไฟต้องแคร์หลอดไฟ เซฟค่าไฟได้ทุกเดือน

การเลือกซื้อโคมไฟแต่ละครั้งควรพิจารณาถึงหลอดไฟด้วย ถ้าหากว่าหลอดไฟที่ใช้มีคุณภาพดี ก็จะใช้งานได้อย่รางคุ้มค่า เพราะหลอดไฟจะมีอายุการใช้งานยาวนาน นอกจากนี้ยังควรเลือกแบบประหยัดไฟด้วย รู้อย่างนี้แล้วเวลาเลือกซื้อโคมไฟก็อย่าลืมคิดถึงหลอดไฟกันด้วยนะ