กำลังนั่งทานข้าวกับครอบครัวอย่างมีความสุข จู่ๆ "เก้าอี้ทานอาหาร" ตัวเก่งก็ส่งเสียง "เอี๊ยด...อ๊าด" ทุกครั้งที่ขยับตัว หรือบางทีพอก้มลงมองพื้นปาร์เกต์แสนรัก ก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นรอยขีดข่วนเป็นทางยาวฝีมือของ "เก้าอี้ทำงาน" ตัวหนัก
ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กครับ ในสายตาของ Home Stylist และคนรักบ้าน มันคือ "รอยด่างพร้อย" ที่ทำลายความสมบูรณ์แบบของ Interior Design ที่เราอุตส่าห์ทุ่มเทตกแต่งมา และถ้าปล่อยทิ้งไว้ จากแค่เสียงรำคาญอาจกลายเป็นขาหัก หรือจากรอยแมวข่วนอาจกลายเป็นพื้นหลุดร่อนที่ต้องเสียเงินซ่อมหลักหมื่น
วันนี้ผมจะขอถอดสูท Home Stylist ชั่วคราว แล้วสวมบท "พ่อบ้านมือโปร" พาคุณไปดูวิธีซ่อมแซมและดูแลรักษา เก้าอี้ ด้วยตัวเอง (DIY) แบบง่ายๆ แต่ได้ผลจริง เพื่อคืนความมั่นคงให้เก้าอี้ และคืนความเงางามให้พื้นบ้านของคุณครับ

1. เช็กอาการ: ทำไมเก้าอี้ถึง "งอแง"?
ก่อนจะลงมือซ่อม เราต้องรู้สาเหตุก่อนครับ เก้าอี้ ก็เหมือนร่างกายคน ที่เสื่อมสภาพตามการใช้งาน
-
ความชื้นและอุณหภูมิ: ไม้มีการหดและขยายตัวตามอากาศ ทำให้ข้อต่อ (Joints) หลวมได้
-
การใช้งานหนัก: การนั่งโยกเก้าอี้ (โดยเฉพาะใน เก้าอี้บาร์ ขาสูง) หรือการลากเก้าอี้แรงๆ ทำให้สกรูคลายตัว
-
อายุขัย: กาวเสื่อมสภาพ หรือยางรองขาเปื่อยยุ่ย
2. ภารกิจกู้ชีพ "เก้าอี้โยก" (Wobbly Chair Fix)
อาการ "โยกเยก" (Wobbly) คืออาการยอดฮิตครับ มาดูวิธีแก้ตามประเภทวัสดุกัน
A. เก้าอี้ไม้ (Wooden Chair)
ปัญหาของเก้าอี้ไม้ส่วนใหญ่คือ "ขาไม่เท่ากัน" หรือ "ข้อต่อหลวม"
-
ขั้นที่ 1: The Level Test (วัดระดับ) วางเก้าอี้บนพื้นผิวที่เรียบสนิท (เช่น พื้นกระเบื้อง) แล้วลองกดดูว่าขาข้างไหนลอย ถ้าลอยไม่มาก (ไม่เกิน 2-3 มม.) ให้ใช้ "แผ่นสักหลาดรองขา" (Felt Pad) แปะเสริมที่ขาข้างนั้น วิธีนี้ง่ายและเร็วที่สุด
-
ขั้นที่ 2: Tighten Up (ขันให้แน่น) พลิกเก้าอี้ดูใต้เบาะ ส่วนใหญ่มักมีน็อตยึดขาอยู่ ใช้ประแจหรือไขควงขันให้แน่น (แต่อย่าแน่นจนเกลียวหวานนะครับ)
-
ขั้นที่ 3: Re-gluing (อัดกาวใหม่) ถ้าขาหลวมจากเดือยไม้ ให้ถอดขาออกมา ขูดกาวเก่าออก แล้วทา "กาวลาเท็กซ์สำหรับงานไม้" (Wood Glue) เข้าไปใหม่ จากนั้นใช้แคลมป์ (Clamp) หรือเชือกรัดให้แน่น ทิ้งไว้ 24 ชั่วโมงจนกาวแห้งสนิท รับรองว่ากลับมาแน่นปึ้กเหมือนเพิ่งออกจากโรงงาน
B. เก้าอี้โลหะ (Metal Chair)
มักพบใน เก้าอี้สตู หรือ เก้าอี้ทำงาน
-
Check the Glides: ส่วนมากขาเก้าอี้โลหะจะมี "ปุ่มปรับระดับ" (Adjustable Glides) ที่ปลายขา ลองหมุนปรับดูครับ บ่อยครั้งที่เก้าอี้โยกเพราะปุ่มนี้คลายตัวออกมาไม่เท่ากัน
-
Loose Screws: โลหะไม่มีการยืดหยุ่นเหมือนไม้ ถ้าน็อตหลวมต้องรีบขันทันที และแนะนำให้หยอด "น้ำยากันคลาย" (Threadlocker) สีฟ้าที่เกลียวน็อต เพื่อป้องกันไม่ให้มันคลายตัวอีกในอนาคต
3. ภารกิจปกป้อง "พื้นเป็นรอย" (Floor Scratch Prevention)
พื้นบ้านคือหัวใจของ ออกแบบตกแต่งภายใน ครับ การป้องกันง่ายกว่าการซ่อมเสมอ
A. เลือก "รองเท้า" ให้เก้าอี้ (Chair Glides)
ขาเก้าอี้เปลือยๆ คือศัตรูของพื้นครับ เราต้องใส่รองเท้าให้มัน
-
พื้นไม้/ลามิเนต: ต้องใช้ "แผ่นสักหลาด" (Felt Pads) เท่านั้น! ความนุ่มของสักหลาดจะช่วยให้ลากเก้าอี้ได้ลื่นไหลและไม่กัดเนื้อไม้ แนะนำให้เลือกแบบ "ตอก" (Nail-on) จะทนกว่าแบบกาวแปะ (Stick-on) ที่มักจะหลุดง่ายเมื่อเจอฝุ่น
-
พื้นกระเบื้อง/หินอ่อน: ใช้ "ยางรองขา" (Rubber Caps) หรือ "พลาสติกแข็ง" (Nylon Glides) ได้ เพราะพื้นมีความแข็ง ทนทาน แต่ต้องหมั่นเช็กว่ายางไม่สึกจนเห็นเหล็กข้างใน
-
พื้นพรม: ใช้ "ปุ่มสเตนเลส" (Metal Glides) เพื่อให้เก้าอี้เลื่อนบนพรมได้ไม่ติดขัด
B. พรม (Rug): เกราะป้องกันที่สวยงาม
สำหรับโซนที่มีการใช้งานหนัก เช่น โต๊ะทานข้าว หรือโต๊ะทำงาน การปูพรมรองใต้ เก้าอี้ทานอาหาร หรือ เก้าอี้ทำงาน คือวิธีที่ดีที่สุดครับ
-
Style: นอกจากจะกันรอย 100% แล้ว พรมยังช่วยกำหนดโซน (Zoning) และเพิ่มความหรูหรา (Luxury) ให้กับห้องได้ทันที
-
Size: เลือกพรมขนาดใหญ่พอที่เมื่อเราเลื่อนเก้าอี้ถอยหลังเพื่อลุกขึ้น ขาเก้าอี้ยังคงอยู่บนพรม (ไม่ตกขอบ)

4. Maintenance Routine: ดูแลยังไงให้คุ้มค่า
เพื่อให้เฟอร์นิเจอร์อยู่กับเราไปนานๆ ลองทำตามตารางดูแลรักษานี้ดูครับ
-
ทุกเดือน:
-
เช็ดทำความสะอาดขาเก้าอี้และปุ่มรองขา อย่าให้มีเม็ดทรายหรือฝุ่นเกาะ เพราะนั่นแหละคือ "กระดาษทราย" ดีๆ ที่จะขูดพื้นบ้านคุณ
-
สำหรับ เก้าอี้ทำงาน ที่มีล้อ ให้ดึงเศษผมหรือด้ายที่พันแกนล้อออก เพื่อให้ล้อหมุนคล่อง ไม่ลากถูไปกับพื้น
-
-
ทุก 6 เดือน:
-
"Re-tighten" ขันน็อตทุกตัวให้แน่นอีกครั้ง โดยเฉพาะ เก้าอี้บาร์ ที่รับน้ำหนักเยอะ
-
เช็กสภาพแผ่นสักหลาดรองขา ถ้าเริ่มแบนหรือหลุด ให้เปลี่ยนใหม่ทันที (แผ่นละไม่กี่บาท คุ้มกว่าซ่อมพื้นเยอะครับ)
-
5. เมื่อไหร่ควรเรียกช่าง? (When to call a Pro)
แม้เราจะอยาก DIY แค่ไหน แต่บางอาการก็เกินมือพ่อบ้านครับ
-
โครงหัก/ร้าว: ถ้าเห็นรอยร้าวที่เนื้อไม้ หรือรอยเชื่อมเหล็กแตก อย่าฝืนซ่อมด้วยกาวครับ อันตรายมาก ส่งร้านซ่อมเฟอร์นิเจอร์ให้เขาดามหรือเชื่อมใหม่จะปลอดภัยกว่า
-
เบาะยุบ/หนังขาด: งานหุ้มเบาะ (Upholstery) ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ถ้าอยากให้งานออกมาเนี้ยบเหมือนใหม่ แนะนำให้ส่งร้านทำเบาะมืออาชีพครับ

บทสรุป
การดูแลรักษา "เก้าอี้" และพื้นบ้าน ไม่ใช่แค่งานซ่อมแซมครับ แต่มันคือการ "ใส่ใจ" ในรายละเอียดของการใช้ชีวิต
เสียงเอี๊ยดอ๊าดที่หายไป และพื้นบ้านที่เงางามไร้ริ้วรอย จะคืนความสงบสุขและความสวยงามสมบูรณ์แบบให้กับบ้านของคุณ ความคุ้มค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การซื้อของแพงที่สุด แต่อยู่ที่การดูแลรักษาสิ่งที่มีอยู่ให้ใช้งานได้ดีที่สุดและยาวนานที่สุดครับ
วันหยุดนี้ ลองก้มลงมองขาเก้าอี้ที่บ้านสักหน่อยนะครับ บางที... ฮีโร่ที่จะปกป้องพื้นบ้านของคุณ อาจจะเป็นแค่แผ่นสักหลาดเล็กๆ ในมือคุณก็ได้
หากคุณไม่แน่ใจว่าจะหาอะไหล่รองขาเก้าอี้แบบไหนให้เข้ากับดีไซน์ หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการเลือกพรมให้แมตช์กับห้อง ลองปรึกษา Home Stylist หรือผู้เชี่ยวชาญด้าน Interior Design เพื่อให้บ้านของคุณสวยเป๊ะทุกองศานะครับ