Skip to content

Welcome to our store

Previous article
Now Reading:
เคล็ดลับทำความสะอาด พรมปูพื้น ผืนเก่าให้เหมือนใหม่

เคล็ดลับทำความสะอาด พรมปูพื้น ผืนเก่าให้เหมือนใหม่

เคล็ดลับทำความสะอาด พรมปูพื้น ผืนเก่าให้เหมือนใหม่

พรมปูพื้น ไอเทมที่หลาย ๆ บ้านมีกันอย่างน้อย 1 ผืน เพราะนอกจากจะเอาไว้ใช้สอยแล้วยังเป็นของตกแต่งบ้านตามห้องต่าง ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้อบอุ่น น่าอยู่อาศัย แถมเวลาเดินสัมผัสพรมยังรู้สึกนุ่มเท้าอีกด้วย แต่รู้หรือไม่? ว่าพรมแต่ละผืนมีฝุ่นและสิ่งสกปรกซ่อนอยู่ และพรมบางชนิดยังเป็นตัวกักเก็บฝุ่นชั้นดีเลย ซึ่งถ้าหากปล่อยไว้ไม่ทำความสะอาดเป็นประจำ จำนวนฝุ่นที่เกาะอยู่ตามขนของพรมจะส่งผลต่อร่างกายจนอาจเกิดอาการภูมิแพ้หรือกระทบต่อทางเดินหายใจได้ ดังนั้นเราจึงจะพาทุกคนไปทำความสะอาด พรมปูพื้น กัน และเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจคิดว่า การซักพรมเป็นเรื่องใหญ่หรือต้องเสียเงินจ้างคนมาทำความสะอาด แต่ขอบอกเลยว่า ถ้ารู้เคล็ดลับและวิธีทำความสะอาดอย่างเป็นขั้นตอนแล้ว การซักทำความสะอาด พรมปูพื้น ด้วยตัวเองจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป

รู้จัก พรมปูพื้น แต่ะชนิดก่อนซักทำความสะอาด

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักชนิดหรือประเภทของ พรมปูพื้น กันก่อน ว่าบ้านเรามีพรมแบบไหนบ้าง แล้วพรมแต่ละแบบนั้นมีทริคในการดูแลรักษา หรือทำความสะอาดอย่างไร ให้พรมยังคงสภาพดี เหมือนใหม่ ไม่ชำรุดหรือเสียหายจากการทำความสะอาดที่อาจจะผิดวิธีหรือไม่เหมาะสมกับวัสดุทำพรมนั่นเอง

รู้จัก พรมปูพื้น แต่ะชนิดก่อนซักทำความสะอาด

พรมปูพื้น ไนลอน เป็นพรมที่มีสีสันหลากหลาย และมีรูปแบบให้เลือกจำนวนมาก พรมชนิดนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะด้วยคุณสมบัติที่กันน้ำได้ ไม่เป็นรอยขีดข่วน หรือทนต่อสารเคมีและเชื้อราได้ ส่วนเรื่องราคาก็ไม่แพงเลย ทำให้หลายคนเลือกใช้ พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น, พรมปูพื้นห้องรับแขก, พรมปูพื้นห้องนอน

พรมปูพื้น โพลีโพรไพลีน เป็นพรมที่สามารถป้องกันคราบต่าง ๆ ได้ดีมากที่สุด มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน ป้องกันเชื้อราเหมือนกัน พรมปูพื้น ไนลอน รวมถึงมีความทนทาน ราคาไม่แพง จึงเหมาะกับห้องหรือพื้นที่ที่ต้องรองรับน้ำหนักมาก ๆ อย่าง พรมปูพื้นห้องนอน, พรมปูพื้นห้องรับแขก

พรมปูพื้น โพลีเอสเตอร์ เป็นพรมที่ให้ความรู้สึกหรูหราและนุ่มสบาย สามารถกันน้ำได้ดีมากที่สุด แต่เรื่องการป้องกันคราบต่าง ๆ จะไม่เท่ากับ พรมปูพื้น ไนลอน รวมทั้งทำความสะอาดยากกว่า ถ้าหากโดนแดดหรือแสงนาน ๆ สีจะซีดลง และไม่เหมาะกับใช้รองรับน้ำหนักมาก ๆ ซึ่งเหมาะกับเป็น พรมปูพื้นห้องนอน

พรมปูพื้น โพลีเอทิลีน เป็นพรมรีไซเคิลที่ผลิตมาจากฝาขวด จึงเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีให้เลือกหลากหลายสัมผัส มีสีสันสดใส และป้องกันคราบต่าง ๆ ได้ดีกว่า ไนลอน แต่ถ้าสัมผัสจะไม่ค่อยนุ่มสบายสักเท่าไหร่ เพราะรีไซเคิลมาจากพลาสติก ทำให้ไม่ก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ ซึ่งราคาก็จะต่ำกว่าไนลอนและขนสัตว์

พรมปูพื้น ขนสัตว์ เป็นพรมที่มีความแข็งแรง ทนทาน และหรูหรา มีรูปแบบให้เลือกหลากหลาย สีสันเยอะ มีสัมผัสที่หนานุ่มมากกว่าพรมทุกชนิด เพราะทำมาจากขนสัตว์ 100% สามารถป้องกันคราบและรอยเปื้อนได้ดี แต่ราคาจะสูงมากที่สุด ส่วนข้อเสียคือ อาจทำให้อาการภูมิแพ้กำเริบได้ และทำความสะอาดยากมาก ๆ เพราะสารเคมีบางชนิดที่ใช้ทำความสะอาดจะทำให้สีของพรมซีดลงได้ และเมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีแมลงซ่อนอยู่ตามขนของพรม จึงควรหมั่นทำความสะอาดบ่อย ๆ

พรมปูพื้น อะครีลิก เป็นพรมหลายคนนำมาใช้ทดแทนพรมขนสัตว์ที่มีราคาสูง ข้อดีคือ ป้องกันคราบเปื้อนเลอะเทอะ สิ่งสกปรก และป้องกันคราบที่เกิดจากชื้นได้ ที่สำคัญแข็งแรง ทนทาน และดูแลทำความสะอาดง่ายกว่าพรมขนสัตว์

ไม่ยุ่งยาก! กับ 5 วิธีทำความสะอาด พรมปูพื้น ด้วยตัวเอง

ไม่ยุ่งยาก! กับ 5 วิธีทำความสะอาด พรมปูพื้น ด้วยตัวเอง

หลังจากรู้จักชนิดของพรมกันไปแล้วก็มาถึงขั้นตอนและวิธีทำความสะอาดพรม แนะนำว่าควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำยาบางชนิดอาจทำลายเส้นใยของพรมได้ ดังนั้นก่อนจะนำพรมไปซักหรือทำความสะอาดจะต้องศึกษาก่อนว่า พรมผืนนั้น ๆ ซักเปียกหรือซักแห้ง และทำความสะอาดง่ายหรือยากนั้นขึ้นอยู่กับขนาดของพรมแต่ละผืนด้วย ว่าเป็นพรมผืนใหญ่มากแค่ไหน โดยวิธีการซักพรมแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

1 ซักพรมแบบเปียก : แนะนำว่าควรใช้น้ำยาสำหรับซักพรมที่วางอยู่ตามร้านค้าทั่วไป โดยนำน้ำยามาผสมน้ำตามปริมาณที่เหมาะสม แล้วค่อย ๆ ใช้แปรงขนอ่อนขัดหรือถูเบา ๆ ซึ่งในการขัดหรือถูแต่ละครั้งจะต้องทำไปในทิศทางเดียวกันให้ทั่วผืน เมื่อเสร็จแล้วให้นำไปล้างด้วยน้ำสะอาด และนำไปตากแดดก็เป็นอันเสร็จสิ้น

2 ซักพรมแบบแห้ง : เรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายมาก ๆ ใคร ๆ ก็สามารถทำเองได้จากที่บ้านเลย เพียงแค่นำผงซักแห้งมาโรยบนพรม แล้วใช้แปรงขัดให้สะอาด หลังจากนั้นทิ้งไว้สักครู่หนึ่งค่อยนำเครื่องดูดฝุ่นดูดออก พรมก็จะกลับมาสะอาด ไร้ฝุ่น ไร้เศษผงต่าง ๆ เหมือนได้พรมผืนใหม่

ส่วนขั้นตอนทำความสะอาดแบบละเอียด แต่ก็เป็นวิธีง่าย ๆ ที่ทุกคนสามารถนำไปทำตามกันได้ มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มจากเช็กก่อนว่าพรมที่กำลังจะนำไปทำความสะอาดเป็นพรมชนิดไหน สีตกหรือไม่ และควรทำความสะอาดแบบเปียกหรือแบบแห้ง

ขั้นตอนที่ 2 กำจัดฝุ่นและเศษผง เศษขยะต่าง ๆ ที่ซ่อนอยู่ในพรมให้หมดด้วยเครื่องดูดฝุ่นก่อนที่จะเริ่มทำความสะอาด

ขั้นตอนที่ 3 เริ่มทำการกำจัดรอยเปื้อนหรือคราบเลอะเทอะด้วยผลิตภัณฑ์กำจัดคราบตรงที่เป็นรอยเปื้อนเท่านั้น

ขั้นตอนที่ 4 ซักทำความสะอาดพรมด้วยสบู่ที่มีค่า PH ระดับกลาง โดยใช้มือหรือแปรงขนอ่อนถูให้เบามือที่สุด จากนั้นค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดแล้วจึงนำไปตากแดด แต่ถ้าเป็นพรมที่ไม่สามารถตากแดดได้ ควรนำไปปั่นแห้งแล้วนำไปอบแห้ง

ขั้นตอนที่ 5 เมื่อตากแดดหรืออบแห้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำแปรงมาแปรงขนของพรมให้กลับมานุ่มเหมือนใหม่ และเพื่อไม่ให้ขนของพรมเกาะหรือติดกันเป็นก้อน

รู้อย่างนี้แล้ว...ใครที่ไม่ค่อยได้ทำความสะอาดพรมหรือไม่เคยทำความสะอาด พรมปูพื้น เลย ควรรีบนำพรมไปทำความสะอาดให้เร็วที่สุด และอย่าลืม! ซักทำความสะอาดเป็นประจำ เพราะการปล่อยให้พรมห้องต่าง ๆ อย่าง พรมปูพื้นห้องนอน, พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น เต็มไปด้วยฝุ่นหรือไรฝุ่น สิ่งเหล่านี้ก็จะกระจายอยู่ในอากาศหรือปลิวไปเกาะตามซอกต่าง ๆ ภายในบ้าน และเมื่อเราเดินผ่านฝุ่นเหล่านี้ก็จะฟุ้งกระจาย ทำให้เราสูดดมเข้าไปไม่รู้ตัวจนอาจทำให้มีปัญหาสุขภาพอย่าง ภูมิแพ้ ตามมาก็เป็นได้ จะดีกว่าไหมถ้าเรามาทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยเต็มไปด้วยความสวยงาม สะอาด และน่าอยู่ทุกพื้นที่

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close