Skip to content

Welcome to our store

Lounge Lovers
Now Reading:
เทคนิคทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง ให้สวยเหมือนใหม่
Next article

เทคนิคทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง ให้สวยเหมือนใหม่

เทคนิคทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง ให้สวยเหมือนใหม่

พรมปูพื้นห้อง ถือเป็นของตกแต่งบ้านที่ช่วยสร้างความสวยงามให้กับบริเวณต่าง ๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นการดูแลเอาใจใส่และหมั่นทำความสะอาดให้ พรมปูพื้นห้อง มีความสวยงามอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งที่หลายคนต้องการ แต่ถ้ามีการทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง อยู่บ่อย ๆ สีสันหรือลวดลายของพรมเช็ดเท้าอาจจะซีดจางและไม่สวยเหมือนตอนแรกที่ซื้อมา หากจะซื้อพรมเช็ดเท้าเปลี่ยนใหม่เลยก็จะเป็นการสิ้นเปลืองไม่น้อย อีกทั้งอาจเป็นการยากที่ต้องตามหาพรมเช็ดเท้าที่มีลวดลายหรือรูปทรงเหมือนของเดิม วันนี้เราจึงมีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าให้สวยเหมือนใหม่และน่าใช้อยู่ตลอดเวลามาฝากทุกคนกัน

ความแตกต่างระหว่าง พรมปูพื้นห้อง ภายในบ้าน & ภายนอกบ้าน

พรมปูพื้นห้อง ภายในบ้าน โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะแนะนำให้เลือก “พรมเช็ดเท้านาโน” หรือ “พรมเช็ดเท้าตัวหนอน” เนื่องจากเป็น พรมปูพื้นห้อง ที่ผลิตจากผ้านาโน ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น ๆ ในการช่วยซับน้ำอย่างรวดเร็ว แตกต่างจากผ้าชนิดอื่น รวมถึงหากเปียกน้ำแล้วยังแห้งเร็วอีกด้วย พรมเช็ดเท้าภายในบ้านชนิดนี้สามารถนำไปปูได้ทั้ง พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น พรมปูพื้นห้องรับแขก และ พรมปูพื้นห้องนอน หรือแม้กระทั่งห้องครัวหรือห้องน้ำก็ตาม

ความแตกต่างระหว่าง พรมปูพื้นห้อง ภายในบ้าน & ภายนอกบ้าน

“พรมเช็ดเท้านาโน” หรือ “พรมเช็ดเท้าตัวหนอน” จะช่วยลดอาการภูมิแพ้หรืออาการคันของผู้ใช้งาน เพราะผ้านาโนจะไม่สะสมฝุ่นละอองเหมือนผ้าชนิดอื่น ส่วนเรื่องการทำความสะอาดก็ง่าย จึงทำให้หลายคนหันมาเลือกใช้พรมเช็ดเท้านาโน แต่อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเลือกพรมเช็ดเท้า ควรดูขนาดและการจัดวางของพรมเช็ดเท้าด้วย เนื่องจากพรมเช็ดเท้านาโนมีหลายขนาดให้เลือก หากเลือกขนาดที่ใหญ่หรือเล็กเกินไปจะไม่สมดุลและไม่กลมกลืนกับการตกแต่ง ดังนั้นจึงควรเลือกขนาดที่มีความกว้างพอกับประตูหรือขนาดสั้นกว่าประตูเล็กน้อย

นอกจากพรมเช็ดเท้านาโนก็ยังมีพรมเช็ดเท้าที่เป็นไมโครไฟเบอร์ ก็สามารถนำมาใช้งานเป็นพรมเช็ดเท้าภายใรบ้านได้เช่นกัน โดยคุณสมบัติการจะคล้ายกับพรมเช็ดเท้านาโน แต่จะมีความแตกต่างอยู่ที่เส้นใยมีขนาดเล็กกว่า น้ำหนักเบากว่า ดักฝุ่นและซับน้ำได้มากกว่า จึงเหมาะสำหรับการวางไว้หน้าห้องน้ำมากที่สุด

พรมปูพื้นห้อง ภายนอกบ้าน การเลือกใช้พรมเช็ดเท้าจะต้องมีความทนทานสามารถใช้งานได้ยาวนานมากกว่า พรมปูพื้นห้อง ภายในบ้าน เนื่องจากจะต้องโดนแดด ฝน และสิ่งสกปรกต่าง ๆ โดยสามารถวางไว้ได้ทุกจุดบริเวณนอกบ้านอย่างเช่น รอบบริเวณบ้าน กลางแจ้ง เป็นต้น ไม่จำเป็นจะต้องเป็นหน้าประตูเท่านั้น พรมปูพื้นห้อง ใยมะพร้าวจึงตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่แข็งแรง ทนทาน กันลื่น ดักฝุ่นจากรองเท้า ไม่สกปรกง่าย

ส่วนด้านหลังของพรมเช็ดเท้าใยมะพร้าวจะเป็นยางที่ช่วยยึดเกาะไม่ให้ลื่นเวลาโดนน้ำหรือน้ำฝน หากต้องการทำความสะอาดก็สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้เครื่องดูดฝุ่นหรือสะบัดสิ่งสกปรกออกในกรณีที่เพิ่งใช้งานไม่นานและมีสิ่งสกปรกไม่มาก นอกจากนี้พรมเช็ดเท้าที่ทำจากวัสดุจากธรรมชาติอย่างใยมะพร้าว จะมีราคาไม่แพงและเป็นมิตรต่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

รวมเทคนิคทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง ให้สวยเหมือนใหม่ น่าใช้ตลอดเวลา

ไม่ว่าจะเป็น พรมปูพื้นห้อง ภายในบ้านหรือภายนอกบ้าน สิ่งที่สำคัญมากที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความเหมาะสมที่เข้ากับสไตล์การตกแต่งบ้านให้กลมกลืน เรื่องสีสันหรือลวดลายของพรมเช็ดเท้าจึงต้องแมทช์กับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นอื่น ๆ ซึ่งถ้าบ้านไหนเลือกพรมเช็ดเท้าที่มีสีสันหรือลวดลายแล้วไม่อยากให้สีดรอป ลวดลายจาง ลองมาดูเทคนิคการดูแลทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าให้สวยและเหมือนใหม่น่าใช้ตลอดเวลากัน

รวมเทคนิคทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง ให้สวยเหมือนใหม่ น่าใช้ตลอดเวลา

รอยเปื้อนใหม่บน พรมปูพื้นห้อง ไม่ควรถูแรง พรมเช็ดเท้าเป็นของตกแต่งบ้านที่เกิดรอยเปื้อนหรือคราบสิ่งสกปรกไดง่ายมาก ๆ และยิ่งเป็นของเหลวด้วยแล้ว ยิ่งสกปรกง่ายมาก ถ้ามีของเหลวอย่างเช่น ชา กาแฟ หรือน้ำอัดลม หลายคนคงรู้สึกกวนใจหากน้ำเหล่านี้หกหรือเปื้อนลงบนพรมเช็ดเท้า เมื่อไหร่ที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นให้รีบนำผ้าแห้งซับน้ำออกทันที แต่ไม่ควรเช็ดหรือถูไปมาแรง ๆ เพราะอาจทำให้รอยเปื้อนนั้น ๆ ขยายใหญ่ขึ้น หลังจากซับด้วยผ้าแห้งให้แล้วจึงใช้น้ำยาทำความสะอาดเช็ดพรมเช็ดเท้า

กำจัดกลิ่น พรมปูพื้นห้อง ด้วยน้ำส้มสายชู ไม่ใช่เพียงแค่ของเหลวหรือฝุ่นละอองเท่านั้นที่อาจเปรอะเปื้อนลงบนพรมเช็ดเท้า แต่กลิ่นไม่พึงประสงค์จากอาหารที่อาจหล่นลงบน พรมปูพื้นห้อง ก็สามารถติดอยู่ได้เช่นกัน ดังนั้นลองนำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:2 จากนั้นเทน้ำผสมน้ำส้มสายชูลงในขวดสเปรย์แล้วฉีดลงบนพรมเช็ดเท้าหรือบริเวณที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ ต่อมาให้นำผ้าแห้งค่อย ๆ ซับออกเป็นการปิดท้าย แต่อย่างไรก็ตามน้ำส้มสายชูเหมาะสำหรับทำความสะอาดคราบสกปรกเล็ก ๆ เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นน้ำส้มสายชูติดอยู่บน พรมปูพื้นห้อง นั่นเอง

ดูดฝุ่นบน พรมปูพื้นห้อง เป็นประจำ เนื่องจากพรมเช็ดเท้ามีหลายประเภทและทำจากวัสดุที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกักเก็บฝุ่นละอองไว้ตามซอกหรือขนของพรมเช็ดเท้า ซึ่งสิ่งสกปรกเหล่านี้เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่อาจทำให้อาการของคนเป็นภูมิแพ้กำเริบได้ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคนในบ้านและแขกผู้มาเยือน ควรดูดฝุ่นบนพรมเช็ดเท้าเป็นประจำทุกวันหรือสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง หากไม่มีเวลา หรือถ้าหากใครมีหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอัตโนมัติก็สามารถเลือกใช้เพื่อความสะดวกสบาย นอกจากนี้ยังเป็นขั้นตอนแรกของการช่วยกำจัดสิ่งสกปรกและยับยั้งกลิ่นไม่พึงประสงค์บนพรมเช็ดเท้าได้อีกด้วย

ซักทำความสะอาด พรมปูพื้นห้อง บ่อย ๆ อีกหนึ่งวิธีการทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าขนาดเล็กที่ง่ายและสามารถทำได้ด้วยตัวเอง แต่ควรสะบัดหรือเคาะเศษฝุ่นและดูดฝุ่นด้วยเครื่องดูดฝุ่นออกก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงทำไปซักทำความสะอาดด้วยมือหรือเครื่องซักผ้า หากทำความสะอาดด้วยเครื่องซักผ้าแนะนำให้เลือกใช้โปรแกรมซักแบบถนอมผ้า เพื่อรักษาเส้นใยและลายถักทอบนพรมเช็ดเท้าไม่ให้เสียหาย ส่วนน้ำให้เลือกอุณหภูมิที่ 40 องศาเซลเซียส เพื่อช่วยให้สิ่งสกแรกหลุดออกได้ง่ายกว่าน้ำในอุณหภูมิปกติ แต่ไม่ควรเลือกอุณหภูมิน้ำร้อนจนเกินไป เพราะจะทำให้พรมเช็ดเท้าสีซีดจางเร็วมากขึ้น นอกจากนี้ควรนำพรมเช็ดเท้าไปผึ่งให้แห้งสนิทก่อนนำไปใช้ต่อ เพื่อสุขอนามัยที่ดี

ถึงแม้ว่า พรมปูพื้นห้อง จะเป็นของตกแต่งบ้านที่ต้องให้เวลาและหมั่นดูแลเอาใจใส่อยู่ตลอดเวลา แต่พรมเช็ดเท้าไม่ว่าจะถูกวางไว้อยู่ตรงจุดไหนของบ้าน ก็ทำให้การตกแต่งบ้านบริเวณนั้น ๆ ดูสมบูรณ์แบบและลงตัวมากขึ้น โดยทุกคนสามารถวางพรมเช็ดเท้าได้ทุกจุดของบ้านเลย ไม่ว่าจะเป็น พรมปูพื้นห้องนอน หรือ พรมปูพื้นห้องนั่งเล่น ดังนั้นหากใครกังวลเรื่องการทำความสะอาดพรมเช็ดเท้าจะทำให้พรมเช็ดเท้าเก่าเร็วก็ลองน้ำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้กับพรมเช็ดเท้าของตัวเองให้เหมาะสม

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close