Skip to content

Welcome to Lounge Lovers Store

Lounge Lovers
Previous article
Now Reading:
Cafe Lighting Guide เลือกโคมไฟสำหรับคาเฟ่อย่างไรให้ร้านสวยและสร้างบรรยากาศที่ลูกค้าอยากนั่งนาน
Next article

Cafe Lighting Guide เลือกโคมไฟสำหรับคาเฟ่อย่างไรให้ร้านสวยและสร้างบรรยากาศที่ลูกค้าอยากนั่งนาน

เจ้าของร้านคาเฟ่หลายคนทุ่มเงินกับเฟอร์นิเจอร์สวย กระจกเช็กคุณภาพดี แต่กลับมองข้ามองค์ประกอบหนึ่งที่ส่งผลต่อบรรยากาศร้านมากที่สุดอย่างหนึ่ง นั่นคือแสงไฟ

การเลือกโคมไฟเพดานที่เหมาะสมส่งผลโดยตรงต่อเวลาที่ลูกค้านั่งอยู่ในร้าน แสงที่ออกแบบดีช่วยให้ลูกค้าสักการถ่ายรูปเช็คอินและกลับมาอีก ส่วนแสงที่ออกแบบผิดจุดอาจทำให้ร้านดูไม่น่านั่งทั้งที่กาแฟอร่อยอร่อย บทความนี้จะพาเจ้าของร้านคาเฟ่เข้าใจหลักการเลือกโคมไฟเพดานเชิงอินทีเรียดีไซเนอร์ ช่วยให้ร้านทั้งสวยและขายดีขึ้นไปพร้อมกัน

ทำไมโคมไฟเพดานจึงสำคัญกับคาเฟ่

โคมไฟเพดานเป็นกลุ่มโคมไฟที่ติดตั้งหรือห้อยเพดานโดยตรง ครอบคลุมเช่น โคมเพดานซ่อน (recessed) โคมติดเพดาน (surface mount) โคมราง (track light) และโคมห้อย (pendant light) สำหรับคาเฟ่ โคมเพดานคือเครื่องมือหลักที่กำหนดการมองเห็นของร้านตั้งแต่ก้าวแรกที่ลูกค้าเดินเข้ามา

ในมุมมองของ interior design โคมไฟเพดานคือเครื่องมือหลักในการจัดการแสงหลักของทั้งร้าน เพราะพื้นที่คาเฟ่ส่วนใหญ่เป็นเพดานสูงเปิด ไม่มีผนังกั้นแสงธรรมชาติเต็มที่เหมือนห้องพักอาศัย การเลือกตำแหน่งและรูปแบบโคมไฟเพดานจึงต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ

สีและแสงที่ทำให้ลูกค้าอยากนั่งนาน

สีของแสงมีผลต่อนาทีการนั่งของลูกค้าเหมือนกันกับการดีไซน์ตกแต่งอื่น ๆ แสงสีอุ่น (2700-3000K) ช่วยสร้างบรรยากาศสบาย เหมาะกับคาเฟ่ที่เน้นการนั่งพูดคุยหรือทำงานเป็นเวลานาน ส่วนแสงสีขาวนวล (4000K ขึ้นไป) เหมาะกับคาเฟ่สตีล์เร่งด่วนขายกลับมากกว่า

การจัดแสงเป็นชั้น (layered lighting) เป็นเทคนิคสำคัญที่อินทีเรียดีไซเนอร์มืออาชีพใช้กับร้านคาเฟ่ โดยมีแสงหลักจากโคมไฟเพดานเป็นพื้นหลัง แล้วเสริมด้วยโคมห้อยหรือโคมตั้งโตะเพื่อเน้นจุดที่เป็น signature ของร้าน ซึ่งช่วยให้การถ่ายรูปของลูกค้าดูน่าสนใจมากขึ้น

เลือกโคมไฟตามโซนการใช้งานในร้าน

โซนนั่งทำงาน/อ่านหนังสือ

โซนนี้ต้องการแสงที่เพียงพอต่อเอกสาร หน้าจอ หรือโน้ตบุ๊ก โดยไม่เกิดเงาสะท้อนบนจอ โคมเพดานซ่อนหรือโคมรางที่ปรับมุมได้จึงเหมาะกับโซนนี้มากกว่าโคมห้อยขนาดใหญ่

โซนหน้าร้าน/จุดถ่ายรูป

โซนนี้คือหน้าตาของร้านในโลกโซเซียลมีเดีย โคมห้อยดีไซน์เด่นหรือโคมแชนเดอเรียขนาดกะทัดรัดจึงเหมาะกับโซนนี้ เพราะเป็นจุดที่ลูกค้ามักถ่ายรูปลงโซเซียล

โซนเคานเตอร์/บาร์

โซนนี้ต้องการแสงสว่างเพียงพอให้พนักงานทำงานได้สะดวก มักนิยมโคมห้อยเรียงเป็นแถวเหนือเคานเตอร์ เพราะนอกจากให้แสงสว่างที่สม่ำเสมอแล้วยังเน้นบรรยากาศของจุดชงเงินได้ดี

เลือกสไตล์โคมไฟให้เข้ากับคอนเซปต์ร้าน

คาเฟ่สไตล์ Minimal หรือ Scandinavian เหมาะกับโคมไฟเพดานทรงกลมเรียบ สีขาวหรือดำด้าน วัสดุเซรามิกหรือแก้วทำมือ เน้นความเรียบง่ายและสะอาดตา

ส่วนคาเฟ่สไตล์ Industrial หรือ Loft นิยมโคมห้อยโครงเหล็กดำ หลอดไฟ Edison เปลือยเปล่า จับคู่กับผนังปูนเปลือยหรืออิฐตันโชว์ได้อย่างลงตัว

สำหรับคาเฟ่สไตล์วินเทจหรือคลาสสิก โคมแชนเดอเรียขนาดกลางหรือโคมเปลือด้วยกระจกทองเหลืองช่วยสร้างจุดถ่ายรูปที่มีเอกลักษณ์และดึงดูดสอดคล้องกับกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบถ่ายรูปลงโซเชียล

งบประมาณและความคุ้มค่าสำหรับเจ้าของร้าน

สำหรับเจ้าของร้าน การจัดงบเรื่องแสงไฟควรมองรวมกับค่าไฟฟ้าระยะยาวด้วย โคมไฟ LED หลอดไฟกินไฟน้อยกว่าหลอดไฟหลอดทัวไปมาก และอายุการใช้งานยาวกว่า เหมาะกับร้านที่เปิดทำการหลายชั่วโมงต่อวัน

โคมเพดานดีไซน์เฉพาะที่ขึ้นรูปมีราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพันบาทต่อตัว ขึ้นอยู่กับเอกลักษณ์และแบรนด์ผู้ผลิต การเลือกซื้อโคมเพดานจำนวนมากเพื่อครอบคลุมการใช้งานทั่วไปควรเผื่องงบประมาณสำหรับโคมเพดานหรือโคมตั้งโตะเพิ่มสำหรับจุดเด่นของร้าน

อินทีเรียดีไซเนอร์ที่มีประสบการณ์ด้านร้านค้าจะช่วยวางแผนการจัดแสงให้สมดุลระหว่างงบประมาณกับบรรยากาศที่ต้องการ เพราะการเปลี่ยนระบบแสงหลังเปิดร้านนั้นมีต้นทุนสูงกว่าการวางแผนตั้งแต่แรกมาก

การเลือกโคมไฟเพดานสำหรับคาเฟ่ไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเครื่องมือทางธุรกิจที่ส่งผลต่อเวลาที่ลูกค้านั่งในร้าน การแบ่งแสงเป็นโซน การเลือกอุณหภูมิสีที่เหมาะสม และการเลือกสไตล์โคมให้เข้ากับคอนเซปต์ร้าน คือปัจจัยที่จะทำให้ลูกค้าเลือกเดินเข้าร้านและอยากนั่งอยู่นาน การปรึกษาอินทีเรียดีไซเนอร์ตั้งแต่เริ่มออกแบบร้านจะช่วยให้การจัดแสงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจตั้งแต่วันแรก

Cart

Close

Your cart is currently empty.

Start Shopping

Select options

Close