เติมความสวย และสร้างบรรยากาศในแบบที่ใช่ ด้วยโป๊ะโคมไฟที่มักถูกมองข้าม

เติมความสวย และสร้างบรรยากาศในแบบที่ใช่ ด้วยโป๊ะโคมไฟที่มักถูกมองข้าม

เชื่อว่าในหลายๆ การแต่งบ้านของตัวละคน ล้วนมีสไตล์เฉพาะตัวที่ชื่นชอบ ไม่ใช่แค่เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นองค์ประกอบของบ้าน แต่แสงสว่างคือผู้ช่วยที่ไม่ควรมองข้าม คุณอาจกำลังด้อมๆ มองๆ โคมไฟหลากหลายงานดีไซน์ที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ โคมไฟแขวนเพดาน โคมไฟติดผนัง ฯลฯ เหล่านี้มักจะมีรูปทรงอย่างหนึ่งที่คล้ายๆ กัน

หากไม่บิดพลิ้วไปจากสไตล์เดิมๆ ไปสู่ความเป็นลอฟท์แล้วล่ะก็ นั่นคือส่วนประกอบที่ช่วยบังแสงสว่างจากหลอดไฟไม่ให้มากระทบกับดวงตา เรียกส่วนดังกล่าวว่า "โป๊ะโคมไฟ" นอกจากประโยชน์ที่ใช้เพื่อช่วยป้องกันแสงสว่างแล้ว ยังมีหน้าที่เติมแต่งความงามให้กับพื้นที่ใช้งาน สร้างจุดเด่นและสไตล์อันแปลกตาชวนน่าหลงใหลได้ไม่น้อย เราจึงเห็นได้ว่าตามร้านขายโคมไฟ จะมีการออกแบบโป๊ะที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีทั้งประโยชน์และความงดงามผสมผสานกันอยู่ในหนึ่งเดียว หากเลือกใช้ได้อย่างถูกต้อง ห้องของคุณก็จะกลายเป็นพื้นที่ๆ สวยสมบูรณ์แบบ

ว่าด้วยเรื่องสัดส่วนของโป๊ะโคมไฟ

ความสมบูรณ์แบบของรูปทรงที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาของโป๊ะโคมไฟ ความสมดุลที่เหมาะสมจะช่วยทำให้โคมไฟมีความสวยงามที่ลงตัว การเปรียบเทียบขนาดที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ ในด้านของสัดส่วนระหว่างตัวโป๊ะและส่วนประกอบอื่นของโคมไฟแล้วล่ะก็ สิ่งแรกที่คุณต้องทำ คือมองไปที่โคมไฟของคุณ อะไรคือสัดส่วนมาตรฐานที่ควรมี? คำตอบคือ หากฐานโคมไฟมีลักษณะกลม แน่นอนว่าโป๊ะไฟแบบทรงกลมย่อมทำงานได้ดี แต่หากฐานเป็นสี่เหลี่ยม หรือมีเหลี่ยมมุมแล้วล่ะก็ คุณก็ควรต้องใช้โป๊ะที่มีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยม ซึ่งจะเข้ากันได้กับทุกฐานที่มีเหลี่ยมมุมมากกว่าการใช้โป๊ะทรงกลม ข้อยกเว้นอย่างหนึ่งคือ หากโคมไฟเป็นแบบเทียน การรวมระหว่างเส้นโค้งและมุมไว้ด้วยกันแบบนี้ สามารถเลือกใช้โป๊ะรูปทรงใดก็ได้ที่คิดว่ามันจะสัมพันธ์ ให้ความสวยงามมากที่สุด ส่วนโป๊ะโคมไฟที่ควรเลือกจะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอื่นด้วยเป็นบางครั้ง เพื่อความสวยงามที่สมดุล หากเป็นแบบโคมไฟที่แขวนอยู่เหนือโต๊ะ คุณจะต้องเลือกรูปร่างที่เหมือนกับรูปทรงของโต๊ะ หากโต๊ะกลมตัวโป๊ะโคมไฟจะต้องกลม และหากเป็นโต๊ะเหลี่ยม ตัวโป๊ะก็ควรจะเป็นสี่เหลี่ยม โดยไม่สนใจว่าโคมไฟจะเป็นรูปทรงแบบไหนก็ตาม

ขนาดที่เหมาะสมของโป๊ะโคมไฟ

ขนาดที่เหมาะสมของโป๊ะโคมไฟ

ตามมาตรฐานขนาดที่เหมาะสม สัดส่วนพื้นที่ของโป๊ะโคมไฟกับฐานโคมไฟ ในส่วนของความสูง หากนับสัดส่วนทั้งหมดอยู่ที่ 100% โป๊ะจะกินพื้นที่ 40% และฐานทั้งหมดอีก 60% ถือว่าเป็นสัดส่วนที่สวยงาม และกรณีความกว้าง ให้เปรียบเทียบขนาดของโป๊ะโคมไฟใหญ่เป็น 2 เท่าของตัวฐาน โดยวัดขนาดในแนวนอน

สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญ ระดับของโป๊ะและฐานหากมีสัดส่วนที่สูงเกินไป ก็จะทำให้แสงสว่างแยงกระทบดวงตา แต่หากสั้นไป ก็จะทำให้โคมไฟดูเตี้ยหมดเสน่ห์ นอกจากนี้ในส่วนของหลอดไฟ คุณจะต้องเลือกขนาดที่ไม่ใหญ่ออกมานอกโป๊ะโคมไฟ เพราะหากวางในตำแหน่งระดับเดียวกับสายตา มันจะยิ่งทำให้แสงสว่างกระทบดวงตาจนชวนหงุดหงิดหนักเข้าไปอีก แม้สัดส่วนของโป๊ะและฐานโคมไฟจะเท่ากันก็ตามที

โปร่งแสงหรือทึบแสงดีกว่ากัน?

ตัววัสดุที่นำมาใช้ทำตัวโป๊ะโคมไฟ ไม่ว่าจะเป็นแบบโปร่งแสง แสงจากด้านในส่องสว่างออกมาได้อย่างชัดเจน หรือจะเป็นแบบทึบแสง ซึ่งมักจะให้แสงสว่างในทิศทางที่ควบคุมได้ โดยทั่วไปแสงจะส่องสว่างขึ้นในแนวตั้งและแนวนอน โดยที่โป๊ะปิดกั้นแสงรอบๆ เอาไว้ ทุกอย่างขึ้่นอยู่กับสิ่งที่คุณต้องการว่าจะให้โคมไฟส่องสว่างแบบไหน ไม่มีอะไรตายตัวในส่วนนี้ มันขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ใช้งานเป็นหลัก

ความโปร่งแสงของตัวโป๊ะสามารถเลือกใช้เป็นวัดสุผ้าบาง กระดาษ และวัสดุอื่นๆ ได้หลากหลาย การกระจายแสงในลักษณะนี้จะเหมาะกับสภาพแวดล้อมที่ใช้อ่านหนังสือหรือสร้างแสงรอบๆ ห้องให้ดูสว่างขึ้น ส่วนแบบทึบอาจใช้เป็นกระดาษที่หนามากขึ้น หรือผ้าทึบก็ได้ เหมาะสำหรับใช้เน้นวัตถุ และกระตุ้นอารมณ์สุนทรียะมากกว่า

โคมไฟ

ข้อมูลทั้งหมดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ตายตัวสำหรับการเลือกใช้โป๊ะโคมไฟ เพราะคุณสามารถที่จะเลือกสิ่งที่ชอบตามความพึงพอใจ มากกว่าจะเลือกตามหลักการงานออกแบบ ทว่าหากเลือกประเภทโป๊ะที่ดี มีความสมดุลกับสัดส่วนของโคมไฟแล้วล่ะก็ จะช่วยให้บรรยากาศของบ้านออกมาสวยงามสมบูรณ์แบบ ดูน่าดึงดูดใจได้มากกว่านั่นเอง