HOW TO & ADVICE

เสน่ห์ของการจัดแสงสว่างด้วย "โคมไฟระย้า" ที่คนอยากได้บ้านมีสไตล์ต้องรู้

เมื่อพูดถึงโคมไฟระย้า เชื่อว่ายังไงคนส่วนใหญ่ก็ต้องรู้จักว่านี่คือโคมไฟที่ถูกจัดเอาไว้ในกลุ่มของโคมไฟแขวนเพดาน มีหลากหลายรูปทรงให้เลือกใช้ ตั้งแต่สไตล์ที่มีความหรูหรา ซับซ้อนด้วยโครงสร้าง เน้นงานดีไซน์เพื่อสร้างจุดเด่นมากกว่าการให้แสงสว่างและประเภทที่เรียบง่าย เข้ากับบ้านยุคโมเดิร์น แน่นอนว่าโคมไฟระย้าแตกต่างจากโคมไฟแขวนเพดานทั่วไป เมื่อนึกถึง ก็มักจะนึกไปถึงตำแหน่งที่ใช้ติดตั้งเอาไว้บริเวณห้องโถง ห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ ไปจนถึงสถานที่ๆ มีพื้นที่กว้างขวาง เช่น โรงแรม โบสถ์ และคฤหาสน์ เป็นต้น

เสน่ห์ของการจัดแสงสว่างด้วย "โคมไฟระย้า" ที่คนอยากได้บ้านมีสไตล์ต้องรู้

ด้วยความที่ถูกแยกย่อยออกมาจากโคมไฟแขวนเพดานทั่วไป ก็คงมาจากจุดกำเนิดที่ย้อนกลับไปในอดีต โคมไฟระย้าเริ่มต้นจากรูปทรงกากบาทแบบง่ายๆ ให้แสงสว่างด้วยเทียนที่ปักอยู่ตรงกลางซึ่งเป็นเหล็กแหลม มักใช้ในบ้านของเศรษฐี โบสถ์ และสถานที่ต่างๆ ที่มีความสำคัญในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งทำให้มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหราและโอ่อ่าตามมา แม้จะถูกพัฒนามากขึ้นในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ยังคงเป็นมนต์เสน่ห์ของโคมไฟชนิดนี้คือความอ่อนช้อย ประณีต และน่าค้นหาอยู่เช่นเดิม

การแบ่งประเภทของโคมไฟระย้า

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น โคมไฟระย้าอาจจะมีเพียงแค่รูปทรงเดียวจากจุดกำเนิด ทว่าในปัจจุบันมีการพัฒนาให้รับกับสไตล์การตกแต่งบ้านที่หลากหลาย โคมไฟระย้าถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากวัสดุที่หลากหลาย ทำให้ชิ้นงานที่ออกมาดูสวยงามต่างกันออกไป จึงมีการจัดแบ่งประเภทเพื่อให้เกิดความเข้าใจในการเลือกใช้ได้ถูกต้อง โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

1.แชนเดอร์เลียร์แบบ Classic - กลิ่นอายความคลาสสิคที่เข้มข้นถูกแต่งเติมเอาไว้กับตัวโคมไฟที่ยังคงสไตล์การออกแบบดั้งเดิมอยู่เต็มเปี่ยม สะท้อนให้เห็นถึงเส้นสายที่สื่อถึงความหรูหรา โอ่อ่า และความภูมิฐาน ส่วนใหญ่ตัวโครงจะถูกแต่งเติมด้วยเม็ดคริสตัลที่พร้อมจะจับต้องกับแสงไฟให้ความระยิบตา มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ละเอียดอ่อน เน้นใช้งานกับบ้านที่ออกแบบมาเพื่อความหรูหรา และห้องโถงที่มีพื้นที่กว้าง

2.แชนเดอร์เลียร์แบบ Comtemporary - สไตล์การตกแต่งที่ก้าวทันตามยุคสมัยขึ้นมาหน่อย แต่ยังคงเสน่ห์ความเก่าเก๋าดั้งเดิมเอาไว้ การผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบัน ซึ่งเราจัดให้อยู่ในการออกแบบร่วมสมัย ความคลาสสิคและความทันสมัยผสมผสานกันอย่างลงตัว มักใช้วัสดุที่มาจากเหล็กโครเมียม ทองเหลือง แก้ว ไปจนถึงเม็ดคริสตัล ส่วนการออกแบบจะไม่ซับซ้อนเท่ากับแบบคลาสสิค สามารถใช้ตกแต่งกับบ้านที่มีความทันสมัยและคลาสสิคได้

3.แชนเดอร์เลียร์แบบ Modern - เป็นการพัฒนาเพื่อให้โคมไฟระย้าสามารถเข้ากันได้กับการตกแต่งบ้านในยุคปัจจุบัน ที่มองไปทางไหนก็มีแต่ความทันสมัยเรียบหรู และเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการออกแบบจะไม่เหลือรูปลักษณ์คลาสสิคเดิมเอาไว้เลย เน้นโครงร่างที่เป็นทรงเรขาคณิต ไม่มีการนำเม็ดคริสตัลที่ให้ความแวววาวมาใช้ แทนที่ด้วยวัสดุสเตนเลส เหล็ก และเรซิ่น เป็นต้น

เทคนิคการเลือกโคมไฟระย้า

มือใหม่ที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มเลือกโคมไฟระย้าอย่างไรดีนั้น ง่ายๆ เลยคือเริ่มต้นจากสไตล์ของบ้านที่ออกแบบไว้อยู่แล้วว่าเป็นแบบไหน อยู่ในสไตล์คลาสสิค ร่วมสมัย หรือโมเดิร์น ก็เลือกประเภทของโคมระย้าที่สัมพันธ์กัน ซึ่งจะช่วยให้เข้ากับบ้านได้อย่างลงตัวมากที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจคือการติดตั้งโคมไฟระย้า เราไม่ได้เน้นเพื่อให้แสงสว่างเป็นหลัก แต่ต้องการเน้นเรื่องของอารมณ์ความรู้สึกและความสวยงาม หากต้องการติดตั้งเอาไว้ในห้องไหน ก็ต้องดูวัสดุที่ใช้ในการตกแต่ง ดูสีของผนัง ซึ่งบางบ้านอาจติดตั้งด้วยวอลเปเปอร์ที่มีลวดลาย ก็ต้องเลือกโคมไฟที่อยู่ในโทนเดียวกันไปใช้

นอกจากนี้ต้องเลือกให้สัมพันธ์กับเฟอร์นิเจอร์และลักษณะการใช้งานของห้องร่วมด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะต้องมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันให้มากที่สุด เพื่อให้การติดตั้งออกมาสวยงาม ได้อารมณ์ที่ไม่โดดออกจากกัน แต่เป็นเอกภาพที่ช่วยยกระดับความน่าสนใจให้มากขึ้นไปอีกขั้นของการจัดแสงสว่างด้วย

เสน่ห์ของการจัดแสงสว่างด้วย "โคมไฟระย้า" ที่คนอยากได้บ้านมีสไตล์ต้องรู้

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดของโคมไฟระย้าเพียงเท่านี้ ยังไม่ได้ตอบโจทย์ว่าคุณจะสามารถเลือกโคมไฟที่เหมาะสมได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่ต้องเจาะลึกเพิ่มเข้ามาอีกก็คือขนาดที่ต้องคำนวณให้เหมาะสม หากต้องการความสมบูรณ์แบบอาจจะต้องขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นนักออกแบบภายใน หรือสถาปนิกที่จะช่วยให้คำตอบได้ดีกว่าการคิดเดาเอาเอง

Share this
Older Post Newer Post