วิธีออกแบบระบบแสงสว่างภายในบ้านด้วยการใช้โคมไฟแบบส่องลงและหลอดไฟหลืบ

วิธีออกแบบระบบแสงสว่างภายในบ้านด้วยการใช้โคมไฟแบบส่องลงและหลอดไฟหลืบ

ด้วยความสวยงามของแสงไฟประดิษฐ์ที่เราเห็นได้มากขึ้นในปัจจุบัน โคมไฟแปลกตามากมายถึงเลือกสรรนำมาใช้สำหรับเป็นงานตกแต่งภายในบ้านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตามเรือนที่พักอาศัย ห้องอพาร์ตเมนท์ โรงแรม และสถานที่อื่นๆ ซึ่งในเนื้อหาต่อไปนี้เราจะกล่าวถึงการใช้แสงสว่างจากโคมไฟแบบส่องลงและโคมไฟหลืบ เพื่อช่วยสร้างสรรค์ความแปลกตาของบ้าน ให้การใช้งานที่ไม่น่าเบื่อ เมื่อเข้าใจกับการกระจายแสงของมันมากขึ้น ก็จะช่วยให้เรานำเอาแนวคิดเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับบ้านของตัวเอง สะท้อนสไตล์ที่น่าสนใจ กลายเป็นอีกหนึ่งงานตกแต่งที่ให้ทั้งแสงสว่างและความงดงามได้แบบง่ายๆ

วิธีออกแบบระบบแสงสว่างภายในบ้านด้วยการใช้โคมไฟแบบส่องลงและหลอดไฟหลืบ

หลักการต้องรู้กับการให้แสงสว่างจากโคมไฟภายในบ้านและอาคาร

มือใหม่ที่ยังไม่ได้รู้จักเรื่องการออกแบบแสงไฟภายในบ้านได้ดีพอ ขอแนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลหลักการที่ใช้สำหรับการส่องสว่างภายในจุดต่างๆ ของบ้านให้ดีก่อน อย่าโฟกัสไปเพียงแค่ความสวยงามอย่างเดียวเท่านั้น แต่ให้โฟกัสไปที่การใช้งานที่สะดวกสบาย ได้ประโยชน์ และประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น

หลักการต้องรู้กับการให้แสงสว่างจากโคมไฟภายในบ้านและอาคาร

ส่วนใหญ่เราจะนิยมใช้หลอดไฟที่ให้แสงสว่างในโทนสีเหลืองหรือส้มเป็นหลัก เนื่องจากช่วยให้เกิดความรู้สึกสบายตา ส่วนการเลือกประเภทของหลอดไฟ อย่าลืมเลือกประเภทที่ต้องการเน้นเพื่อช่วยประหยัดพลังงานให้มากหน่อย หากจำเป็นต้องติดตั้งเอาไว้ตามทางเดิน หรือทางเข้าหน้าบ้าน ที่อาจจะต้องเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดทั้งคืนจนกว่าจะรุ่งเช้า ประเภทของหลอดไฟที่ควรใช้ก็ต้องเน้นอายุการใช้งานได้ยาวนาน มากกว่าหลอดไฟทั่วไป 4-6 เท่า อย่างหลอด LED และ ฟลูออเรสเซนต์ ซึ่งถือว่าได้รับความนิยม แถมขึ้นชื่อในเรื่องประหยัดไฟได้ดีทีเดียว

โคมไฟแบบส่องลงกับการใช้งาน

โคมไฟแบบส่องลงกับการใช้งาน

การใช้งานโคมไฟส่องลงพื้น คือโคมไฟติดเพดานที่มีความสูงของฝ้าตั้งแต่ 2.5 เมตรขึ้นไป ซึ่งบางครั้งเราอาจรู้จักในชื่อของโคมไฟดาวน์ไลท์กันมากเป็นพิเศษ เนื่องจากได้รับความนิยมสูง รูปทรงสวยงาม มีทั้งแบบฝังเป็นผืนเรียบไปกับฝ้า มีแค่แสงสว่างส่องลงมา หรือบางคมไฟก็เป็นแบบโผล่ตัวโป๊ะออกมาด้านนอก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสไตล์ของเจ้าบ้านว่าต้องการให้งานออกมาเป็นแบบไหน ตัวแสงจะกระจายมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับลักษณะของหลอด

หากเป็นหลอดแนวตั้ง แสงสว่างจะส่องลงมาในมุมแคบ มันจะให้ประโยชน์กับการใช้งานเฉพาะจุด ส่วนหลอดที่เป็นแนวยาว จะให้แสงสว่างมุมกว้างกว่า ระดับความสว่างกระจายตัวได้ดี เกิดแสงที่มีความนุ่มนวล โดยไม่ต้องกังวลว่าจะทำให้เสียสาตา หรือแสงแยงตา เพราะหลอดถูกติดตั้งเอาไว้ด้านบน

การใช้งานจึงใช้ได้ทั้งห้องที่มีความชื้นสูง เช่น ห้องครัว และห้องน้ำ กรณีต้องการติดตั้งมากกว่า 1 ดวง สำหรับห้องนอน ควรติดตั้งให้ห่างกันทุกๆ 1.5 เมตร ถ้าเป็นห้องทำงานลดระยะห่างลงมาให้เหลือสัก 0.8 เมตร และสำหรับห้องนั่งเล่นให้เว้นระยะประมาณ 1 เมตร เพื่อให้แสงสว่างกระจายตัว สร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด

โคมไฟหลืบกับการใช้งาน

โคมไฟหลืบกับการใช้งาน

มาถึงตัวโคมไฟหลืบที่มีคุณสมบัติเน้นให้ความสวยงาม การติดตั้งเราจะมองไม่เห็นส่วนของหลอดไฟ แสงสว่างจะตกกระทบกับพื้นผิวก่อนสะท้อนแสงสว่างกลับออกมา จึงทำให้บรรยากาศที่ได้มีความนิ่มนวล มองแล้วสบายตา ทว่าในส่วนของการประหยัดพลังงาน โคมไฟหลืบจะไม่ค่อยช่วยเท่าใดนัก เนื่องจากแสงส่องสว่างออกมาเพียงเล็กน้อย การติดตั้งจึงควรคำนึงถึงช่องเปิดใต้ฝ้าที่ไม่เล็กเกินไป จะได้ให้แสงสว่างส่องลงมาได้อย่างทั่วถึง

ช่องเปิดตามมาตรฐานที่แนะนำตามแนวทางของนักออกแบบก่อนติดตั้งไฟหลืบ ควรมีขนาด 1/10 เป็นอย่างน้อย ของขนาดเบ้า ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดแสงสว่างที่มีความนุ่มนวล หากช่องเปิดมีขนาดกว้างกว่า 1/10 ของเบ้า สามารถเลือกใช้หลอดไฟระดับ 8 วัตต์ต่อตารางเมตรได้ ถ้าหากแคบกว่านี้ให้ใช้หลอดที่มีความสว่าง 12 วัตต์ต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องของสีเพดาน หากต้องการซ่อนไฟหลืบเพื่อเพิ่มความแปลกใหม่ สีของฝ้าควรถูกทาด้วยสีอ่อนหรือสีขาว เพื่อให้การสะท้อนแสงได้อย่างทั่วถึง มันจะทำงานได้ดีหากเป็นพื้นสีอ่อนมากๆ และอย่าคาดหวังว่าแสงสว่างจากการสะท้อนผ่านผนังโทนมืดจะช่วยอะไรได้มากนัก แต่เป็นการติดตั้งเพื่อความสวยงาม ส่วนอื่นๆ ของห้องให้หันไปใช้แหล่งกำเนิดแสงจากโคมไฟอื่นๆ เพิ่มเข้ามาช่วย ติดตั้งเอาไว้ในตำแหน่งที่ต้องการใช้งานเฉพาะจุด

สำหรับใครที่สนใจการติดตั้งแสงสว่างจากโคมไฟแบบหลืบและแบบส่องลง หากไม่มั่นใจว่าการติดตั้งด้วยตัวเองจะมีความเสี่ยงต่อการผิดพลาดหรือไม่ ก็ควรปรึกษานักออกแบบภายใน หรือคนที่มีความเชี่ยวชาญเชื่อถือได้ก่อน เพราะหากติดตั้งไปแล้ว ต้องมานั่งแก้ไขทีหลัง มันจะกลายเป็นเรื่องน่าหงุดหงิด และยุ่งยากในการย้ายเข้าย้ายออก ทั้งตัวหลอดและการเดินไฟนั่นเอง