ไขข้อสงสัยหลอดไฟในโคมไฟที่ใช้คู่กับการใช้ดิมเมอร์ ทำไมถึงชอบพังเร็ว?

ไขข้อสงสัยหลอดไฟในโคมไฟที่ใช้คู่กับการใช้ดิมเมอร์ ทำไมถึงชอบพังเร็ว?

บรรยากาศการตกแต่งบ้านด้วยแสงสว่างเป็นอีกหนึ่งความน่าสนใจและเป็นไอเดียที่ไม่ต้องยุ่งยากขนเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งเข้ามามากมาย ด้วยหลอดไฟที่ติดตั้งเอาไว้ตามจุดต่างๆ หรือจะเป็นโคมไฟหลากสไตล์ที่เข้ากับบรรยากาศของบ้าน ติดตั้งคู่กับสวิตซ์ที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง dimmer หรือสวิตซ์ไฟหรี่ ซึ่งคุณสมบัติของมันก็คือช่วยปรับระดับแสงสว่างให้มากหรือน้อยเพื่อช่วยกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกได้ตามต้องการด้วยหลอดไฟเพียงดวงเดียวเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องติดตั้งหลอดไฟที่มีระดับความสว่างแตกต่างกันให้ยุ่งยาก


ไขข้อสงสัยหลอดไฟในโคมไฟที่ใช้คู่กับการใช้ดิมเมอร์ ทำไมถึงชอบพังเร็ว

ทว่าในความสวยงามก็มักจะมีปัญหาที่พบได้บ่อยอย่างการใช้ดิมเมอร์แล้วหลอดไฟที่ใช้พังง่าย พังเร็ว ใช้งานได้ยังไม่คุ้ม ก็เสียหายต้องเปลี่ยนใหม่แบบหาสาเหตุไม่ได้กันแล้ว เอาเป็นว่าทุกปัญหาล้วนมีสาเหตุ ส่วนใหญ่เกิดจากความไม่รู้เสียมากกว่า ดังนั้นลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้ที่จะช่วยเป็นพื้นฐานในการติดตั้งหลอดไฟคู่กับสวิตซ์ดิมเมอร์ให้ใช้งานได้คงทนถาวร หมดปัญหาหลอดกระพริบหรือเสียจนหงุดหงิดตามมา

ก่อนติดตั้งให้เข้าใจหลักการทำงานของดิมเมอร์

ก่อนจะติดตั้งก็ต้องทำความเข้าใจก่อนเลยว่า ดิมเมอร์มันเปรียบเหมือนสวิตซ์เปิดปิดไฟในบ้าน แต่แตกต่างกันตรงที่ทำหน้าที่ควบคุมแสงสว่างของหลอดไฟที่เป็นประเภทหลอดไส้ สามารถปรับได้ว่าจะเอาแสงไฟสลัวมากหรือน้อยแค่ไหน ก็แค่ปรับหมุนตัวสวิตส์ ก็สามารถคุมไฟให้ได้ดั่งใจ เมื่อติดตั้งดิมเมอร์แล้ว มันจะเข้าไปควบคุม "กำลังไฟ" ที่ปล่อยออกมาจากแหล่งจ่ายไฟฟ้า ถ้าปรับให้แสงไฟสลัวลง ก็เท่ากับการเข้าไปขวางทางไม่ให้กระแสไฟเข้ามามาก ปริมาณกระแสไฟที่ลดต่ำลง แรงดันจะตกจากปรกติ ดังนั้นหลอดไฟก็จะสว่างน้อยลง อย่างไรก็ตามวิธีนี้ แม้แสงไฟจะน้อยแค่ไหน แต่มันกลับไม่ได้ช่วยประหยัดไฟอย่างที่หลายคนเข้าใจ แม้ไฟสลัวหรือไฟสว่างมาก ค่าไฟที่บ้านคุณก็จะเท่าเดิมอยู่ดี เพราะหน้าที่ของมัน คือลดความดันของกระแสไฟฟ้าเท่านั้น

หลอดที่ใช้คู่กับสวิตซ์ไฟดิมเมอร์...อาจเป็นต้นตอความเสียหาย

หลอดที่ใช้คู่กับสวิตซ์ไฟดิมเมอร์ อาจเป็นต้นตอความเสียหาย

ไม่ใช่ว่าหลอดไฟทุกดวงจะใช้คู่กับดิมเมอร์ได้ ก็เพราะเลือกใช้กันแบบผิดๆ เลยทำให้หลอดไฟเสียบ่อย ก่อนจะพังสิ่งที่มักจะเจอก็คือหลอดไฟกระพริบกลายเป็นไฟดิสโก้ขึ้นมาซะงั้น ก่อนที่มันจะเปิดไม่ติดตลอดกาล ลองกลับบ้านไปดูหลอดไฟดิมเมอร์ของตัวเองสักหน่อย ว่ายังเนียนใช้หลอด LED ทั่วไปหรือเปล่า หรือว่าไปใช้หลอดไฟแบบฟลูออเรสเซนต์หรือคิดว่าจะเป็นหลอดอะไรก็ได้ทั้งนั้น... ผิดแล้ว! เพราะหลอดไฟสำหรับใช้กับดิมเมอร์ได้ จะต้องเป็น "หลอดไส้" แต่เพียงประเภทเดียว หลอดไส้ที่เราไม่นิยมใช้แล้วในสมัยนี้

แต่ถ้าอยากจะสร้างบรรยากาศก็ต้องหันกลับเอาหยิบหลอดไส้ยอดฮิตในอดีตมาติดตั้งเป็นโคมไฟที่ใช้คู่กับสวิตส์ดิมเมอร์ได้ ในเมื่อเป็นหลอดที่ไม่ได้ประหยัดไฟ คนจึงหันมาเลือกใช้หลอดแบบประหยัด ปัญหาที่ตามมาก็คือหลอดกระพริบเวลาหรี่ พอทำบ่อยๆ ก็จะทำให้หลอดขาด เนื่องจากหลอดประเภทนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานสำหรับการปรับแรงดันกระแสไฟฟ้าไปๆ มาๆ

ดิมเมอร์ที่เลือกมา ไม่สัมพันธ์กับจำนวนวัตต์หรือเปล่า?

ดิมเมอร์ที่เลือกมา ไม่สัมพันธ์กับจำนวนวัตต์หรือเปล่า

อีกสาเหตุที่น่าสงสัย ถ้าเลือกหลอดไส้แล้วยังเจอปัญหาหลอดพังอยู่ล่ะก็ ต้องดูว่าดิมเมอร์ที่ได้มามีจำนวนวัตต์น้อยกว่าที่กระแสไฟเข้ามาหรือเปล่า การเลือกซื้อดิมเมอร์ทุกครั้งจึงต้องสังเกตด้วยว่ารองรับกระแสไฟฟ้าได้เท่าไหร่ ส่วนนี้จะระบุเอาไว้ที่ตัวหลอดอยู่แล้ว เช่น 230W แต่กระแสไฟฟ้าที่ส่งผ่านเข้ามามากกว่านี้ ก็มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ดิมเมอร์เกิดความเสียหายได้ ดังนั้นก่อนซื้อ ให้ตรวจสอบตัวดิมเมอร์ก่อนเลยว่าสามารถรับระแสไฟฟ้าได้กี่วัตต์ แล้วเข้ากับหลอดไฟของเราได้ไหม ถ้าจำนวนวัตต์มากไป ทีนี้ก็จะไปทำให้หลอดขาดตามมาได้อีกด้วย

หลอดไฟวินเทจ หรือหลอดไฟเอดิสันจะใช้แบบดิมเมอร์ได้ไหม?

หลอดไฟวินเทจ หรือหลอดไฟเอดิสันจะใช้แบบดิมเมอร์ได้ไหม

คำตอบสำหรับหลอดไฟสไตล์วินเทจทั้งหลาย มันก็คือหลอด Incandescent Bulb หรือหลอดไส้นั่นเอง แน่นอนว่ามันสามารถใช้กับสวิตซ์ดิมเมอร์ได้ ส่วนระดับการกินไฟของหลอดชนิดนี้อยู่ที่ 40 วัตต์ ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป (เทียบกับเมื่อเปิดไฟในระดับที่สูงที่สุด) แต่หากหรี่ไฟลงหลอดเอดิสันจะช่วยประหยัดพลังงานได้ในระดับหนึ่ง

ดังนั้นถ้าใครอยากประหยัดค่าไฟอีกสักนิด ใช้งานให้คุ้มค่าสักหน่อย ก็อาจจะต้องลองเลือกเป็นหลอดเอดิสัน ที่มีอายุการใช้งานยาวนานอยู่ที่ 2,500-3,000 ชั่วโมง ที่เหลือก็ต้องระมัดระวังเรื่องความเสถียรของกระแสไฟฟ้า ระวังปัญหาไฟกระชาก ที่เป็นตัวการทำให้ไส้หลอดขาดนั่นเอง

ส่วนใครลองแก้ปัญหาตามที่กล่าวไปด้านบนแล้วมันยังไม่สามารถแก้ไขได้ อาจจะต้องลองหันมาเช็คกระแสไฟฟ้าภายในบ้านตัวเองดูว่าสม่ำเสมอหรือไม่ ปัญหาไฟตก ไฟกระชากบ่อย เกิดอาการแรงดันไฟไม่สม่ำเสมอ ก็เป็นปัญหาที่แก้ลำบากสำหรับการใช้งานไฟหรี่ที่ดูไม่ค่อยเหมาะสมกันเท่าใดนัก ดังนั้นถ้าหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น แนะนำให้ไปเลือกใช้หลอดไฟและโคมไฟชนิดอื่นตกแต่งบ้านกันใหม่ ก็สวยเก๋ได้บรรยากาศดีๆ ไม่แพ้กัน