ข้อควรทำ และสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้โคมไฟระย้าตกแต่งบ้าน

ข้อควรทำ และสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้โคมไฟระย้าตกแต่งบ้าน

ข้อควรทำ และสิ่งที่ต้องระมัดระวังในการเลือกใช้โคมไฟระย้าตกแต่งบ้าน


โคมไฟระย้าคือหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่เพียงแค่ช่วยเติมแสงสว่างให้ห้องต่างๆ ภายในบ้านเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนประกอบที่เติมเสน่ห์ให้บ้านสะท้อนสไตล์ที่ชัดเจนของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี อาจเรียกได้ว่านี่คือจุดโฟกัสประจำห้อง เป็นของตกแต่งชิ้นเอกที่ทำให้ห้องนั้นๆ ดูโดดเด่นได้แบบไม่จำเป็นต้องง้อเฟอร์นิเจอร์อื่นเลยก็ว่าได้ เพียงโคมไฟระย้าที่เหมาะสม ติดตั้งในตำแหน่งที่ลงตัว เข้ากับบรรยากาศของห้อง ความสมบูรณ์แบบก็เกิดขึ้นได้ไม่ยากอย่างที่คิด

เนื่องจากรูปทรงที่หลากหลายของโคมไฟดังกล่าวที่มีให้เลือก เช่น รูปร่าง ขนาด ระดับความสูง สีสัน สิ่งเหล่านี้ล้วนสัมพันธ์กันกับสไตล์ของห้อง ดังนั้นลองมาดูข้อควรรู้ต่อไปนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ควร และไม่ควร ในการเลือกซื้อโคมไฟระย้า เพื่อให้ห้องสวย เติมความงดงามให้บ้านทั้งหลังกลายเป็นพื้นที่น่าประทับใจสำหรับทุกคนในครอบครัว

อย่าเลือกโคมไฟระย้า เพียงเพราะว่ารู้สึกชอบ

โคมไฟระย้าคืองานศิลปะ แต่ใช่ว่าการมองด้วยตาแล้วตัดสินใจจากความรู้สึกทันทีว่านี่คือโคมไฟระย้าที่ใช่และชอบ อย่าลืมว่านี่คืออุปกรณ์ให้แสงสว่างที่ไม่ใช่แค่ใช้งานให้ความสว่างเท่านั้น แต่มันคือหนึ่งในจุดดึงดูดใจประจำห้องที่นำไปติดตั้ง กลายเป็นจุดสะดุดตา คือของตกแต่งชิ้นเอกที่สามารถเปลี่ยนสไตล์ของห้องนั้นๆ ได้ในทันที

อย่าเลือกโคมไฟระย้า เพียงเพราะว่ารู้สึกชอบ

ดังนั้นอย่าเลือกโคมไฟระย้าเพียงเพราะความชอบส่วนตัว แต่ต้องดูปัจจัยอื่นๆ ของบ้านเข้ามาเกี่ยวข้อง กล่าวคือสไตล์ภาพรวมของบ้านที่ต้องการสะท้อนออกมา จะเป็นแนวโมเดิร์น แนวคลาสสิค อิสดรัสเทรียล หรือจะออกไปทางเทรดดิชั่นร่วมสมัย เลือกโคมไฟที่เข้ากับตัวบ้าน วัดขนาดไซต์ของห้องให้เหมาะสมกับการใช้งาน จากนั้นเลือกโคมไฟที่มีขนาดสมดุลกับตำแหน่งที่ติดตั้ง จะได้ไม่พลาดในภายหลังกับบรรยากาศที่ไม่ได้ดั่งใจ

ตำแหน่งแขวนโคมไฟควรใช้หลักคำนวณมาช่วยสักหน่อย

ตำแหน่งของโคมไฟระย้าที่ต้องการติดตั้ง จะต้องคำนวณตำแหน่งให้ดีในการใช้งาน ขนาดของโคมไฟจะต้องมีความพอดีกับตัวห้อง โดยหลักการง่ายๆ ในการวัดขนาดห้องให้วัดในหน่วยฟุต จากนั้นแปลงเป็นหน่วยนิ้วสำหรับโคมไฟ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้หลักการที่เป๊ะเสมอไป ให้วัดแบบคร่าวๆ และไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้กับทุกห้องเสมอไป หลักการคำนวณดังกล่าวควรใช้กับพื้นที่ๆ ต้องการบรรยากาศที่สมบูรณ์แบบ เช่น ห้องรับประทานอาหาร ซึ่งนิยมติดตั้งให้แสงสว่างกลางโต๊ะอาหาร

ตำแหน่งแขวนโคมไฟควรใช้หลักคำนวณมาช่วยสักหน่อย

หากระดับความสูงของโคมระย้าจากเพดานห้อยต่ำลงมามากเกินไป พื้นที่ก็จะดูคับแคบ แสงสว่างจ้าจนอาหารบนโต๊ะดูดรอปลงไป แต่หากระยะห่างจากโต๊ะมากไป แสงสว่างที่กระจายตัวก็ทำให้โต๊ะดูมืดทึม มองเห็นรายละเอียดของอาหารได้ไม่ชัดเจน ดังนั้นให้คำนวณขนาดของโคมไฟ คิดขนาดจาก 1 ใน 2 หรือ 1 ใน 3 ของโต๊ะอาหาร ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศที่พอดี และไม่ทำให้ห้องดูอึดอัดอีกด้วย

ขนาดของโคมไฟระย้า สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

วิธีที่ดีที่สุดในการตรวจสอบขนาดโคมไฟระย้าที่ควรนำมาติดตั้ง ขนาดที่ถูกต้องควรมีขนาดความยาวและความกว้างที่สัมพันธ์กับห้อง ดังที่กล่าวไปข้างต้น ให้วัดขนาดของห้องเป็นฟุต แล้วแปลงตัวเลขเป็นนิ้วสำหรับขนาดของโคมไฟ หากห้องของคุณที่ต้องการติดตั้งมีขนาดอยู่ที่ 18 x 22 นิ้ว ก็ควรเลือกโคมไฟระย้าที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 นิ้ว เป็นต้น

ปัจจัยสำคัญที่ควรคำนึงถึงในเรื่องของขนาด ระดับของโคมไฟไม่ควรต่ำกว่า 78 นิ้ว หรือประมาณ 6 ฟุตครึ่งสำหรับห้องทางเดินที่เปิดโล่ง ความสูงของโคมไฟระย้าจึงเอาระดับของเพดานห้องมาใช้ในกระบวนการพิจารณาด้วยเป็นสำคัญ

สิ่งที่ควรจำ หัวใจสำคัญที่จะทำให้การติดตั้งโคมไฟระย้าสมบูรณ์แบบ

1.หากโคมไฟระย้าติดตั้งไว้เหนือโต๊ะ ให้ติดตั้งในตำแหน่งกลางโต๊ะดีกว่าจะติดตั้งเอาไว้กลางห้อง กฎข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะในการใช้ติดตั้งภายในห้องรับประทานอาหาร ไม่ว่าโต๊ะจะถูกวางเอาไว้กลางห้องหรือมุมใดของห้องก็ตาม โคมไฟก็ต้องเลือกเอาตำแหน่งของโต๊ะเป็นจุดสำคัญ

2.ห้องส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดแสงสว่างหลายๆ จุด หากต้องการติดตั้งโคมไฟระย้าร่วมด้วย เพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี ควรเลือกติดตั้งสวิตซ์ไฟที่ช่วยปรับระดับความสว่างได้ตามต้องการ ซึ่งจะช่วยควบคุมการปรับอารมณ์ของห้องให้เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นๆ

3.ข้อผิดพลาดในการติดตั้งโคมไฟระย้าที่พบได้บ่อยมาก คือการติดตั้งในตำแหน่งที่สูงเกินไป ทำให้แสงสว่างส่องกระจายได้ไม่ทั่วถึงอย่างที่ต้องการ ดังนั้นควรระมัดระวังทุกครั้งก่อนติดตั้ง วางแผนจัดการให้เหมาะสม จะได้ไม่ต้องแงะงัดออกมาติดตั้งใหม่ให้เสียเวลา

4.อย่าคิดง่ายๆ แค่ว่าโคมไฟระย้าเน้นให้แสงสว่างเท่านั้น แต่ให้คิดละเอียดเข้าไปอีกว่ารูปทรงของโคมไฟควรเลือกสรรให้เข้ากับรูปแบบของห้อง เพื่อช่วยสร้างแนวโน้มสไตล์ที่สัมพันธ์กันได้อย่างชัดเจน ไม่เช่นนั้นเราอาจจะพบปัญหาว่าตัวเองต้องเสียเวลามานั่งเปลี่ยนโคมไฟอยู่บ่อยๆ กว่าจะได้รูปแบบที่ต้องการ

5.ระมัดระวังอย่าเลือกสัดส่วนของโคมไฟที่ใหญ่จนเกินไปสำหรับพื้นที่ห้อง เพราะแทนที่มันจะดูน่าดึงดูด กลับกลายเป็นตัวทำให้ห้องหมดความสวยงาม อึดอัด แสงสว่างที่กระจายตัวไม่ทั่วถึง เกิดแสงที่แข็งกระด้าง ไม่คุ้มค่ากับราคาที่ต้องจ่ายตามมาเพราะการคิดแค่เพียงลวกๆ เท่านั้น

จากทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้น โคมไฟระย้าควรเป็นงานศิลปะ จะหรูหราซับซ้อนในการออกแบบหรือจะเป็นเรียบง่ายก็ควรสัมพันธ์กับห้อง เพราะนี่คือจุดโฟกัสที่สำคัญ คุณจำเป็นต้องเรียนรู้การเลือกซื้อที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุด รับรองว่าจะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับโคมไฟที่ลงตัว มีอายุการใช้งานยาวนาน ตกแต่งห้องให้โดดเด่น มองกี่ครั้งก็ไม่น่าเบื่ออย่างแน่นอน