HOW TO & ADVICE

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อโคมไฟระย้า เติมเสน่ห์ให้บ้านสวยหรูแบบไม่มีสะดุด

Chandelier หรือที่เรารู้จักกันในชื่อภาษาไทยว่า โคมไฟระย้า เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่่ช่วยเติมแสงสว่างภายในบ้านที่จะเน้นสำหรับใช้ตกแต่งห้องต่างๆ ไปด้วยในตัว โคมไฟชนิดนี้เป็นลักษณะของโคมไฟแขวนเพดาน มักพบได้ทั่วไปตามบ้านที่มีเพดานสูง ถูกติดตั้งบริเวณห้องโถง เน้นสไตล์บ้านที่มีความหรูหรา ช่วยเติมเสน่ห์ให้ห้องดูมีมิติสวยงาม โดดเด่นเป็นพิเศษ

ข้อควรรู้ก่อนเลือกซื้อโคมไฟระย้า เติมเสน่ห์ให้บ้านสวยหรูแบบไม่มีสะดุด

ในปัจจุบัน เราจะเห็นลักษณะของโคมไฟระย้าที่มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ มีทั้งการออกแบบที่ไม่ซับซ้อนไปจนถึงการออกแบบลูกเล่นที่มีความน่าทึ่ง ซึ่งความซับซ้อนที่แตกต่างกันเหล่านี้ก็ล้วนสัมพันธ์กับราคา ถ้ายิ่งแพงก็อาจหมายถึงคุณภาพการใช้งานหรือการออกแบบที่ละเอียดมากกว่า ทว่าอย่างไรก็ตามโคมไฟระย้าที่มีราคาแพง ก็ไม่ได้เป็นคำตอบว่ามันจะมีคุณภาพดีเสมอไป ดังนั้นใครที่กำลังคิดตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟชนิดนี้ ควรมาทำความรู้จักกับมันให้มากขึ้น พร้อมเรียนรู้หลักการเลือกซื้อให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อให้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป จะได้ไม่ผิดหวังเมื่อซื้อมานั่นเอง

โคมไฟระย้าเป็นโคมไฟที่มีลักษณะเป็นอย่างไร ?

ตามข้อมูลทั่วไป โคมไฟระย้า (chandelier) เป็นชื่อเรียกที่มาจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งแปลได้ว่าเชิงเทียนที่แขวนลงมาจากด้านบนของเพดาน เมื่อกล่าวถึงโคมไฟชนิดนี้เราอาจจะนึกถึงวัสดุที่มาจากแก้วหรือคริสตัลเปล่งประกายเมื่อสะท้อนจับกับแสงไฟ มีความละเอียดซับซ้อน ดูหรูหราราคาแพง แต่ในปัจจุบันโคมไฟชนิดนี้มีการออกแบบที่หลากหลายมากขึ้น มีการใช้วัตถุดิบที่แตกต่างกันออกไป ทำให้เราสามารถเลือกสรรนำไปใช้ตกแต่งบ้านได้ตามสไตล์ที่ต้องการ จึงมีการจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่มากขึ้น เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการใช้งาน

กระแสความนิยมของเจ้าโคมไฟแขวนเพดานที่มีความหลากหลายในการออกแบบชนิดนี้ ยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน รูปทรงของมันเริ่มต้นตั้งแต่แบบเรียบง่ายไปจนถึงความหรูหราคลาสสิคเหมือนรูปทรงในอดีต ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลก็ล้วนเป็นเสน่ห์ของโคมไฟระย้าที่ยังคงมีเอกลักษณ์ดั้งเดิม คล้ายแสงเทียนที่ส่องประกาย การเล่นกับแสงเงา ทำให้ห้องที่ติดตั้งดูมีมิติสวยงามเฉพาะตัวขึ้นมา

ประเภทของโคมไฟระย้ามีความแตกต่างกันอย่างไร?

 ประเภทของโคมไฟระย้ามีความแตกต่างกันอย่างไร

โดยทั่วไปเราจะแบ่งประเภทความแตกต่างของโคมไฟระย้าตามการ "ออกแบบ" มากกว่าที่จะคัดเลือกตามวัสดุที่ใช้ เนื่องจากมีหลากหลายประเภทจนแทบจะแบ่งหมวดหมู่ไม่ไหว ดังนั้นมันจึงถูกแบ่งออกเป็นตามสไตล์ ให้เราสามารถนำไปเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมกับการออกแบบบ้าน ดังนี้

1.โคมไฟระย้าแบบ Classic - เป็นการออกแบบที่ยังคงเอาไว้ซึ่งรูปแบบโคมไฟดั่งเดิม เอกลักษณ์ที่เห็นได้ชัดคือความหรูหรา ประดับประดาด้วยเม็ดคริสตัลเป็นหลัก เน้นการตกแต่งที่ซับซ้อน มีความละเอียดอ่อน และระยิบระยับเมื่อตัววัสดุกระทบกับแสงไฟ

2.โคมไฟระย้าแบบ Comtemporary - เป็นการก้าวเข้ามาสู่ยุคใหม่มากขึ้น แต่ยังคงเน้นความคลาสสิคเอาไว้เช่นเดิม จึงเรียกว่าเป็นโคมไฟระย้าแบบ "ร่วมสมัย" วัสดุที่นำมาใช้มีมากกว่าแค่เม็ดคริสตัล อาจมีการนำเอาเหล็กโครเมียม กระดาษสา หรือทองเหลืองมาใช้เป็นส่วนประกอบ แล้วลดความซับซ้อนในการออกแบบลงมาอีกระดับ

3.โคมไฟระย้าแบบ Modern Classic - เป็นการนำเอาความคลาสสิคมาประยุกต์ใหม่ ด้วยการเพิ่มเติมความทันสมัยลงไป วัสดุส่วนใหญ่จะเป็นเหล็ก ผ้า หรือแก้วเป่า สไตล์การสร้างสรรค์มีความเรียบง่าย รูปทรงอ่อนช้อยสวยงาม และยังช่วยเติมความอบอุ่นให้บ้านดูน่าอยู่มากขึ้นอีกด้วย

4.โคมไฟระย้าแบบ Modern - เป็นโคมไฟระย้าสมัยใหม่ แฝงเน้นเอาไว้ด้วยความสวยงาม แต่เรียบง่าย เป็นสไตล์ความโมเดิร์นที่เกือบใกล้กับโคมไฟแขวนเพดานทั่วไป  จะเหมาะสำหรับบ้านยุคใหม่ คอนโด หรือบ้านที่เน้นความเรียบหรูสะอาดตา

ข้อควรรู้ก่อนการติดตั้งโคมไฟระย้า

โคมไฟระย้าจะติดตั้งโดยมีการคำนึงถึงน้ำหนักของตัวโคมที่ต้องสัมพันธ์กับตัวยึดว่าสามารถรับน้ำหนักได้ดีหรือไม่ ซึ่งจะแบ่งประเภทของตัวยึดออกเป็นแบบ "ยิงพุกเข้ายึดกับเพดานปูน" เหมาะสำหรับโคมไฟขนาดใหญ่ เป็นตัวยึดที่สามารถรับน้ำหนักได้มาก ส่วนอีกแบบคือ "ตัดยึดเข้ากับแผ่นฝ้า" เหมาะสำหรับโคมไฟระย้าขนาดเล็ก น้ำหนักเบา การติดตั้งแบบนี้จะง่ายกว่าแบบแรกอยู่มาก พบได้บ่อยในกลุ่มของโคมไฟระย้าสไตล์โมเดิร์น

สิ่งที่ต้องพึงระวังในการติดตั้งโคมไฟระย้า

การติดตั้งโคมไฟระย้าไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกที่เสมอไป เพราะการติดตั้งโคมลักษณะนี้จะมีความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางที่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อให้สัมพันธ์กับพื้นที่ใช้งาน เช่น ไม่ควรแขวนในตำแหน่งที่สูงหรือต่ำเกินไป เพราะจะทำให้แสงที่ส่องลงมาไม่พอดีต่อการใช้งาน ตามหลักควรติดตั้งความสูงจากพื้นในห้องทั่วไปอยู่ที่ 6.5 ฟุต ไม่ควรสูงมากไปกว่า 7 ฟุต กรณีเป็นโคมไฟหลอดเปลือยให้หลีกเลี่ยงการติดตั้งในตำแหน่งที่แสงไฟจะแยงเข้าตา หรือโคมไฟกลางโต๊ะอาหารก็ควรให้อยู่ในระดับความสูงที่มองเห็นอาหารได้ชัดเจน ไม่เกะกะ หรือสูงขึ้นไปด้านบนมากจนทำให้โต๊ะอาหารมืด

ดังนั้นจะเห็นว่าโคมไฟที่ดีควรมีความสัมพันธ์กับพื้นที่ใช้งาน วัดขนาดของโคมไฟให้เหมาะสมกับพื้นที่ เลือกสไตล์ที่ใช่ แล้วค่อยตัดสินใจมองหาตัวเลือกโคมไฟระย้าที่มีความเข้ากันได้กับการตกแต่งบ้านของแต่ละคนให้มากที่สุด

Share this
Older Post Newer Post