HOW TO & ADVICE

ไอเดียจัดการแสงในห้องครัวด้วยโคมไฟให้ถูกหลัก เติมเสน่ห์ห้องสวยได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ไอเดียจัดการแสงในห้องครัวด้วยโคมไฟให้ถูกหลัก เติมเสน่ห์ห้องสวยได้ไม่ยากอย่างที่คิด

ขนาด สไตล์ รูปร่าง หรือรูปทรง ที่ถูกจัดวางเอาไว้ภายในพื้นที่ห้องครัว ซึ่งอาจครอบคลุมไปจนถึงห้องรับประทานอาหาร ทั้งหมดที่ประกอบกันขึ้นด้วยเส้นสาย รูปทรงต่างๆ ล้วนมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้อยู่อาศัย เช่นเดียวกันกับการเลือกโคมไฟเพื่อช่วยส่องสว่างในห้องครัว ความสว่างอย่างเดียวไม่ใช่ทางออกที่ดีเสมอไป ใครที่อยากได้ไอเดียการจัดแต่งแสงไฟในห้องนี้ให้ออกมาสวยและสมบูรณ์แบบในแนวทางที่ถูกต้องแล้วล่ะก็ ต่อไปนี้คือเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะช่วยเนรมิตห้องครัวธรรมดาให้ดูพิเศษยิ่งขึ้น

1.เล่นกับรูปร่างของโคมไฟที่ดูเข้ากับโต๊ะรับประทานอาหาร

เล่นกับรูปร่างของโคมไฟที่ดูเข้ากับโต๊ะรับประทานอาหาร

การเลือกซื้อโคมไฟภายในห้องครัวที่มีโต๊ะรับประทานอาหารเป็นส่วนประกอบ ไอเดียที่จะช่วยเพิ่มบรรยากาศให้ดูเข้ากันไม่แปลกแยก คือการเลือกโคมไฟแขวนเพดานที่มีรูปร่างเข้ากันกับโต๊ะอาหาร ด้วยขนาด รูปร่าง และสไตล์

หากเป็นโต๊ะอาหารแบบกลม ควรเลือกเป็นโคมไฟคล้ายโคมระย้าห้อยเพดานในตำแหน่งกลางโต๊ะอาหาร หลีกเลี่ยงการใช้โคมไฟรูปร่างเหลี่ยมมุมที่ดูไม่เข้ากัน

หากเป็นโต๊ะอาหารสี่เหลี่ยมแบบต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงสามเหลี่ยมหรือหลายเหลี่ยม โคมไฟที่มีเหลี่ยมมุมกลับเข้ากันได้ดี  ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศให้ห้องมองดูปลอดโปร่งสบายตา ดูกว้างมากขึ้นเป็นพิเศษได้อีกด้วย

2.ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์แบบบ้านๆ

ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์แบบบ้านๆ

เพื่อความลงตัวในการจัดแสงสว่างภายในห้องครัว หากเป็นห้องรับประทานอาหารที่มีความเหมาะสมสักหน่อย แสงไฟที่เลือกใช้ควรมีขนาดไม่เกิน 12 นิ้ว หากเทียบกับขนาดของโต๊ะรับประทานอาหารในทุกๆ ทิศทาง กรณีที่โต๊ะมีความกว้างราว 4 ฟุต ควรเลือกขนาดโคมไฟที่ไม่กว้างเกินกว่า 2 ฟุต กรณีที่เป็นโคมไฟแขวนที่ออกแบบเป็นแนวยาว ควรมีความยาวประมาณ 1/3 ถึง 2/3 ของความยาวโต๊ะที่เหมาะสมกับโต๊ะอาหารที่เป็นทรงสีเหลี่ยมผืนผ้า

3.ตกแต่งความสว่างในห้องด้วยโคมไฟแขวน

ตกแต่งความสว่างในห้องด้วยโคมไฟแขวน

โคมไฟที่เน้นสำหรับตกแต่งในห้องรับประทานอาหาร กรณีที่เป็นแบบโคมไฟแขวนเพดาน ก่อนเลือกซื้อโคมไฟควรจำเอาไว้เสมอว่าจะต้องมีระยะประมาณ 30 นิ้วระหว่างกลางโต๊ะอาหารกับโคมไฟ ซึ่งจะช่วยให้แสงสว่างเติมสีสันอาหารให้น่ารับประทานและดูไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป

4.สร้างอารมณ์ความรู้สึกด้วยแสงสว่าง

สร้างอารมณ์ความรู้สึกด้วยแสงสว่าง

หากต้องการเน้นสร้างบรรยากาศ เน้นสร้างอารมณ์ภายในห้องอาหาร ควรเลือกเป็นโคมไฟแบบ dimmer หรือเป็นโคมไฟหรี่ปรับระดับความสว่างได้ ติดตั้งสวิตซ์สำหรับโคมไฟแขวนเพดานเหนือโต๊ะกินข้าวสำหรับสร้างสรรค์บรรยากาศ อย่าลืมเลือกสวิตซ์ที่เข้ากันกับสไตล์การตกแต่งภายในห้องครัว ที่จะช่วยเป็นได้ทั้งอุปกรณ์ใช้งานและช่วยเสริมเสน่ห์ที่ดูเข้ากันกับพื้นที่ไปในตัวอีกด้วย

5.เลือกระดับความสว่างให้ถูกต้อง

เลือกระดับความสว่างให้ถูกต้อง

มาถึงหัวใจสำคัญในการตกแต่งห้องครัว นอกจากความสวยงามของเหล่าโคมไฟแขวนเพดานที่ช่วยเพิ่มแสงสว่างและสร้างบรรยากาศดีๆ แล้ว แน่นอนว่าการเลือกระดับความสว่างที่เหมาะสมมีความจำเป็นที่ควรศึกษาเอาไว้ หลักการเลือกซื้อหลอดไฟที่มีระดับความสว่างที่ลงตัว ควรคำนึงถึงพื้นที่กว้างยาวของตัวห้อง

หลักการคิดง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น ห้องครัวมีขนาดพื้นที่ 15x20 นิ้ว เท่ากับ 300 ตารางนิ้ว ดังนั้นแสงไฟที่เหมาะสม ควรอยู่ที่ 300x40 = 12,000 ลูเมน สรุปสั้นๆ คือแสงไฟในห้องครัวที่มีพื้นที่ขนาดนี้ ควรเลือกแสงสว่างภายในห้องราวๆ 12,000 ลูเมน โดยอาจจะไม่ได้มาจากโคมไฟอันเดียว แต่เป็นการคำนวณรวมเอาความสว่างจากหลอดไฟทุกดวงในห้องมารวมกัน ก็จะได้ความสว่างที่สร้างบรรยากาศดีๆ ให้ห้องครัวได้อย่างที่ต้องการ

ไอเดียการตกแต่งแสงไฟภายในห้องรับประทานอาหารและห้องครัวเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อนอย่างที่หลายคนคิด เพียงแค่การใส่ใจกับรายละเอียดหลายๆ อย่าง โดยการเลือกเน้นเป็นโคมไฟระย้าที่เข้ากับห้องครัวเป็นพิเศษ แถมยังมีหลากหลายรูปแบบให้เลือกตามความเหมาะสม ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยเติมพื้นที่ห้องครัวให้สว่างสดใสและยังช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้ห้องครัวกลายเป็นพื้นที่ใช้งานที่อบอวลไปด้วยความสุขของสมาชิกทุกคนภายในบ้าน

Share this
Older Post Newer Post