HOW TO & ADVICE

เคล็ดลับแสงสว่างจากโคมไฟกับการสร้างบรรยากาศให้ห้องครัวของคุณดูไม่น่าเบื่อ

แสงสว่างที่ดีสำหรับห้องครัวคือคุณจะต้องจัดการโคมไฟในแต่ละจุด ไม่ว่าจะเลือกเป็นโคมไฟประเภทไหนก็ตาม ควรถูกใช้เพื่อแก้ไขปัญหาเงามืดที่เกิดขึ้นกับห้องครัวให้ได้ เนื่องจากซอกมุมของห้อง ซึ่งมักจะเป็นพื้นที่ติดตั้งเฟอร์นิเจอร์สำหรับใช้งาน อย่างพวกเคาน์เตอร์บาร์ อ่างล้างจาน เตาแก๊ส หรือตู้ลิ้นชักที่ติดตั้งเอาไว้ด้านบนผนัง เหลี่ยมมุมของเฟอร์นิเจอร์เหล่านี้มักทำให้แสงสว่างส่องไปไม่ถึงบางจุด ตามซอกมุมต่างๆ มักจะเกิดเป็นเงามัว ซึ่งหากมีในปริมาณมาก จะทำให้ห้องครัวดูอึดอัด บรรยากาศไม่น่าใช้งาน

เคล็ดลับแสงสว่างจากโคมไฟกับการสร้างบรรยากาศให้ห้องครัวของคุณดูไม่น่าเบื่อ

ดังนั้นเพื่อเปลี่ยนความซ้ำซากให้คุณมองห้องครัวประจำบ้านในความรู้สึกใหม่ นี่คือคำแนะนำขั้นพื้นฐาน เนรมิตอีกหนึ่งพื้นที่ๆ เป็นหัวใจของคนรักการทำอาหารให้อบอวลไปด้วยความสุขทุกครั้งที่ได้เข้าไปสัมผัสและใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

แสงสว่างแค่ไหนถึงจะเพียงพอสำหรับการติดตั้งในห้องครัว ?

แสงสว่างแค่ไหนถึงจะเพียงพอสำหรับการติดตั้งในห้องครัว

ห้องครัวต้องการแสงสว่างมากพอสำหรับการใช้งานที่สะดวกสบายและเพื่อความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการแสงสว่างที่ช่วยเติมบรรยากาศให้น่าใช้งานไปพร้อมกันด้วย ดังนั้นแสงสว่างที่เพียงพอสำหรับห้องนี้ ซึ่งตลอด 30 ปีที่ผ่านมา พบการวิจัยจากผู้เชี่ยวชาญที่พยายามหามาตรฐานการใช้ปริมาณแสงสว่างสำหรับห้องครัวให้เหมาะสมมากที่สุด

หน่วยการวัดที่น่าสนใจใช้เป็นค่า fc ซึ่งเรียกเต็มๆ ว่า foot candles เป็นหน่วยการเรียกระยะระหว่างเทียน 1 เล่มกับพื้นผิว ซึ่ง 1 foot candle จะเท่ากับ 1 ลูเมน/ตารางฟุต หากจะให้วัดค่ากันเป็นตัวเลขเลย 1 foot candle = 10.76 ลูเมน โดยสรุปคร่าวๆ หากเอาค่านี้เป็นตัววัดปริมาณแสงสว่างที่จำเป็นภายในห้องครัว โดยมีหลักฐานการวิจัยที่มาจากหนังสือ Kitchen & Bath Lighting: Concepts, Design, Light ซึ่ง National Kitchen & Bath Association (NKBA) ได้จัดทำและเผยแพร่เมื่อปี ค.ศ.2015 กล่าวเอาไว้ว่าแสงสว่างอย่างน้อยที่สุดควรมีสำหรับพื้นที่บริเวณเคาน์เตอร์หรือจุดสำคัญของการทำอาหาร ควรอยู่ที่ 50 fc ซึ่งจะได้ออกมาเป็นค่าลูเมนอยู่ที่ 50x10.76 = 538 ลูเมน หากให้ดีควรตั้งเอาไว้ที่ 100 fc เพื่อง่ายต่อการใช้งานปรับแสงสว่างให้เหมาะสมในภายใน ด้วยการติดตั้งดิมเมอร์เป็นตัวช่วยเพิ่มลดแสงตามกิจกรรมการใช้งาน

แสงสว่างสำหรับตู้ลิ้นชัก และตู้กับข้าว

แสงสว่างสำหรับตู้ลิ้นชัก และตู้กับข้าว

หน่วยย่อยที่มักถูกมองข้ามภายในห้องครัว คือลูกเล่นที่ควรแต่งเติมเข้าไปกับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้อง เพราะสิ่งที่เราต้องการเสนอไอเดียในที่นี้คือการสร้างบรรยากาศที่น่าใช้งานให้ห้องครัว ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ใช้สอยที่พอจะหาข้อมูลได้ไม่ยากนัก ดังนั้นลองกลับมาโฟกัสที่แสงลูกเล่นภายในจุดต่างๆ ที่ชวนให้ห้องน่าดึงดูด เริ่มต้นตั้งแต่ตู้ลิ้นชักต่างๆ ที่วางเอาไว้กับพื้นห้อง เลือกใช้โคมไฟขนาดเล็กประเภท LED ที่เป็นแบบสายยาว สามารถเชื่อมต่อเข้ามุมเก็บรายละเอียดภายในลิ้นชักและตู้กับข้าวได้ไม่ยาก เลือกหลอดไฟที่มีเซนเซอร์การเปิดปิดลิ้นชักในตัว เวลาคุณเปิดใช้งานออกมา แสงไฟจะติดอัตโนมัติ เมื่อปิด แสงไฟก็จะถูกตัดปิดเอง ช่วยลดค่าไฟฟ้าไปในตัว การติดตั้งไม่ยุ่งยาก คุณไม่ต้องคิดมากเรื่องแสงสว่างจนเกินไป เพียงแค่เลือกใช้ปริมาณแสงที่สว่างเพียงพอให้คุณมองเห็นของใช้ภายใน และได้ชื่นชมความสวยงามจากแสงสว่างที่ถูกเปิดขึ้นเองไปพร้อมๆ กัน

ศิลปะกับแสงสว่าง สร้างเสน่ห์ให้ห้องครัว

ศิลปะกับแสงสว่าง สร้างเสน่ห์ให้ห้องครัว

งานศิลปะชั้นเลิศ ใช่ว่าจะเหมาะสำหรับจัดวางเอาไว้กับห้องนั่งเล่นเสมอไป หากคุณลองแบ่งชิ้นงานที่ดูน่าดึงดูด มาจัดวางเอาไว้เป็นส่วนประกอบภายในห้องครัวในตำแหน่งที่ไม่เกะกะการทำงานดูบ้าง แล้วจัดแสงสว่างแบบสปอตไลท์เพื่อมุ่งทิศทางของแสงไปยังงานศิลปะชิ้นนั้น ทำให้เกิดจุดเด่น ความสวยแปลกตาที่มักจะไม่ค่อยเห็นจากห้องครัวทั่วๆ ไปนัก งานศิลปะที่กล่าวถึง อาจจะเลือกเป็นประติมากรรมที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ของตกแต่งที่เป็นผลไม้ปลอมในตะกร้าสาน หรือภาพวาดแขวนผนังเก๋ๆ ที่คุณสามารถเลือกใช้แสงสว่างส่องประดับสร้างความสวยงามให้ห้องครัวดูมีระดับได้

ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับการตกแต่งห้องครัว ก็คือสำรวจพื้นที่ทั้งหมดว่ามีอะไรที่เป็นจุดบกพร่อง ผิดพลาด หรือมีตำแหน่งที่คุณมองข้ามไปบ้างหรือเปล่า เช่น ทางเดิน พื้นที่ของตู้ ไปจนถึงบริเวณซอกหลืบที่มักเหลือร่องรอยเงาทึบเกิดขึ้นได้อยู่ เมื่อปัญหาเหล่านี้ถูกแก้ไขจนหมด แสงสว่างภายในห้องครัวของคุณก็จะถูกแต่งเติมด้วยโคมไฟที่เหมาะสม สวยงาม ให้แสงสว่างที่เข้ากันได้อย่างลงตัว เติมความสุขให้กับทุกกิจกรรมภายในพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นเวลาอันวิเศษสุดสำหรับทุกคนในครอบครัว

Share this
Older Post Newer Post