HOW TO & ADVICE

แนวทางจัดแสงสว่างจากโคมไฟในห้องนอนให้เหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

ระบบแสงสว่างจากโคมไฟภายในห้องนอน มีกฏอยู่ว่าจะต้องเลือกระดับแสงที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่นุ่มนวล เน้นเป็นแสงสีโทนอุ่น อย่างสีส้มอ่อน หรือสีขาวออกเหลือง ซึ่งจะให้ความรู้สึกผ่อนคลายในการนอนหลับพักผ่อน แม้ว่าคุณจะไม่ได้เปิดไฟตลอดทั้งคืน เพราะตอนคุณหลับ

แนวทางจัดแสงสว่างจากโคมไฟในห้องนอนให้เหมาะสม ช่วยแก้ปัญหาอาการนอนไม่หลับ

อย่างไรเสียก็จะมองไม่เห็นแสงสว่างเพราะมีเปลือกตาเป็นตัวบังแสงอยู่แล้ว แต่ทราบหรือไม่ว่าบางครั้งปัญหานอนไม่หลับก็มาจากการจัดแสงสว่างที่ไม่ลงตัว ดวงตาแม้จะปิดสนิท ทว่าก็ยังมีแสงที่สามารถส่องกระทบเปลือกตาจนรู้สึกเข้าไปถึงภายในได้ สมองเกิดการรับรู้ ทำให้ตื่นตัวเพราะแสงที่สว่างจ้ามากเกินไป ต่างกับแสงที่มีความนุ่มนวล จะทำให้เกิดความรู้สึกสบายตา แม้จะอยู่ในช่วงนอนหลับก็ตาม ดังนั้นหากใครที่กำลังเผชิญปัญหานอนไม่หลับ หลับยาก และตื่นในช่วงเวลาดึก ลองเลือกเยียวยาตัวเองด้วยแสงจากโคมไฟ ที่จะทำให้คุณรู้สึกได้ถึงการนอนหลับได้สนิทตลอดคืน นอนหลับได้ง่ายขึ้น และยกระดับคุณภาพชีวิตไปในตัว

ประเภทของหลอดไฟที่เหมาะสำหรับการติดตั้งในห้องนอน

เนื่องจากระบบสมองได้รับผลกระทบจากปัจจัยแวดล้อมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การได้รับแสงภายนอกเข้ามากระตุ้นจึงให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน แสงสว่างที่เหมาะสมในช่วงเวลาของการนอนหลับพักผ่อนจะช่วยให้สมองสั่งการไปยังร่างกายเพื่อผลิตฮอร์โมน ปรับสมดุล ควบคุมอุณหภูมิตัวเองให้พร้อมสำหรับการนอนหลับ ดังนั้นถ้าคุณอยู่ในสภาพแสงที่มีความถูกต้องดีแล้วล่ะก็ การนอนหลับจะทำได้ง่ายขึ้น ร่างกายจะส่งสัญญาณด้วยอาการง่วงนอนขึ้นมา

เมื่อมีปัญหานอนไม่หลับเข้ามาเกี่ยวข้อง กลุ่มคนเหล่านี้มักจะมีผลกระทบต่อการนอนหลับมากกว่าคนทั่วไปหลายเท่า บางคนรุนแรงถึงขั้นรู้สึกตัวตลอดเวลา ลองปรับสภาพแสงไฟด้วยการเลือกใช้หลอดไฟที่ให้ "แสงสีแดง" มาใช้เป็นองค์ประกอบของแสงหลักภายในห้องนอนที่เชื่อว่าคนส่วนใหญ่นึกไม่ถึง

มีการวิจัยพบว่าแสงสีแดง ช่วยทำให้หลับสบายมากขึ้น กระตุ้นการผลิตสารเมลาโทนิน ที่ช่วยให้นอนหลับได้อย่างเต็มอิ่ม แต่ด้วยโทนสีที่ไม่ค่อยได้รับความนิยม คุณสามารถประยุกต์ด้วยกระปรับเลือกใช้แสงจากหลอดไฟที่เป็นโทนอ่อนลงมา นั่นคือสีส้มที่ดูอบอุ่น เลือกใช้เทคโนโลยีไฟหรี่เข้ามาช่วยเพื่อควบคุมแสงให้เป็นไปอย่างที่ต้องการ และหลีกเลี่ยงหลอดไฟในปริมาณที่มากเกินไป จนทำให้ห้องนอนของคุณดูสว่างจ้า ผิดวิสัยพื้นที่สำหรับการพักผ่อนเอาได้

ตำแหน่งการติดตั้งหลอดไฟสำหรับห้องนอน

ในพื้นที่ของห้องนอน จะต้องประกอบด้วยโคมไฟหลายตำแหน่งเพื่อช่วยสร้างบรรยากาศอันเหมาะสม ซึ่งคุณต้องเข้าใจด้วยว่าห้องนอนไม่ใช่พื้นที่ๆ จะต้องเข้ามานอนหลับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมผ่อนคลายอย่างการอ่านหนังสือ หรืองานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ อย่างการเขียนไดอารี่ ดังนั้นคุณจะต้องมีการติดตั้งไฟเฉพาะจุดเพื่อให้แสงสว่างที่สะดวกต่อการใช้งานเข้ามาด้วย

ส่วนดวงไฟอื่นๆ ให้เลือกติดตั้งเป็นโคมไฟติดผนัง อาจติดเอาไว้ในตำแหน่งข้างหัวเตียงทั้งสองด้านเพื่อสร้างบรรยากาศอันน่ารื่นรมย์ หลอดไฟที่นำมาใช้งาน อย่างไรก็ตามจะต้องมีแสงไฟหลักที่เป็นหลอด Cool white ร่วมด้วย ซึ่งจะใช้ประโยชน์เฉพาะในช่วงที่จำเป็น เปิดใช้งานเมื่อต้องการแสงสว่างส่องหารายละเอียดภายในห้อง หลอดชนิดนี้ควรติดคู่กับโคมไฟแขวนเพดาน หรือโคมไฟระย้า ส่วนหลอดไฟแบบ Warm white ติดตั้งเป็นแสงเฉพาะและแสงประดับประจำห้องในมุมต่างๆ ที่ต้องการ ก็จะช่วยยกระดับให้ห้องนอนของคุณกลายเป็นสวรรค์ของการพักผ่อนได้แล้ว

เลือกเน้นด้วยเงาแบบฟุ้งจากหลอดไฟมากกว่าเงาแบบคมชัด

จุดที่หลายคนนึกไม่ถึง คือการเกิดเงาจากดวงไฟที่ตกกระทบวัตถุภายในห้องนอน แน่นอนว่าเป็นส่วนทึบที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากคุณอยากสร้างบรรยากาศให้การนอนหลับเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้น ให้เลือกใช้หลอดฟลูออเรสเซนต์เข้ามาช่วย เนื่องจากเงาที่เกิดขึ้นมักจะไม่คมชัด แต่จะเป็นเงาที่ให้ความฟุ้ง ดูไม่อึดอัด บรรยากาศในห้องจึงดูผ่อนคลาย ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับให้ดีขึ้นได้ หลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟประเภทดาวน์ไลท์ เนื่องจากจะให้เงาที่มีความชัดมากๆ สังเกตได้ว่าหลอดแบบนี้จะถูกใช้งานกับตู้โชว์ หรือส่องงานศิลปะให้เกิดความโดดเด่น เหมาะสำหรับนำไปใช้ภายในห้องนั่งเล่น หรือในส่วนอื่นของบ้านมากกว่าจะเป็นห้องนอน


โคมไฟ

การจัดแสงสว่างจากโคมไฟให้เหมาะสม จะช่วยแก้ปัญหาของคนนอนหลับยากให้ดีขึ้นได้ แม้จะไม่ใช่ทางออกทั้งหมดของการช่วยปรับสภาพร่างกายก็ตาม แต่ห้องนอนที่อบอุ่น อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่น่าผ่อนคลาย ย่อมช่วยคลายความตึงเครียด ทำให้นอนหลับได้ดีขึ้นในระดับที่น่าพึงพอใจอย่างแน่นอน

Share this
Older Post Newer Post