เลือกแสงสว่างจากโคมไฟที่เหมาะสมสำหรับการแต่งหน้า เพิ่มความเป๊ะเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะ

เลือกแสงสว่างจากโคมไฟที่เหมาะสมสำหรับการแต่งหน้า เพิ่มความเป๊ะเอาใจสาวๆ โดยเฉพาะ

บ้านไหนมีผู้หญิงเป็นสมาชิกอยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นวัยเด็ก วัยรุ่น หรือวัยทำงาน เรื่องความสวยความงามก็ไม่เข้าใครออกใคร การดูแลผิวหน้าตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ ถือว่าเป็นความภาคภูมิใจที่จะช่วยให้ผู้หญิงมาดมั่นมากขึ้น บทนี้เราไม่ได้พยายามพูดถึงเรื่องการแต่งหน้าให้เป๊ะสำหรับสาวๆ ทว่ากำลังจะกล่าวถึงเรื่องการติดตั้งแสงสว่างที่เหมาะสมกับกระจกแต่งหน้า หรือการติดตั้งหลอดไฟที่โต๊ะเครื่องแป้ง เพราะหากไม่ได้วางแผนให้ดี ติดตั้งหลอดไฟมั่วๆ หวังเพียงแค่ว่าอยากให้ได้แสงที่สว่าง ช่วยมองเห็นรายละเอียดของใบหน้าได้ชัดก็พอ ก็ถือว่าเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะแสงสว่างจากโคมไฟที่ผิดหลัก ทำให้เกิดความผิดพลาดในการแต่งหน้าตามมาด้วย มองในกระจกอาจจะเห็นว่าใบหน้าของตัวเองดูดีแล้ว แต่พอมองจากสายตาคนอื่น คุณผู้หญิงอาจจะกำลังเจอปัญหาหน้าลอย หน้าเทา หรือแป้งที่เกลี่ยไม่ทั่วใบหน้า หมดความมั่นใจขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวได้เลยทีเดียว

โคมไฟ

แสงสว่างจากโคมไฟที่ใช้ต้องอยู่ในระดับที่เพียงพอ

เพียงพอในที่นี้คือไม่สว่างจ้าหรือมืดจนเกินไป แต่ต้องอยู่ในเกณฑ์ที่พอดีพองาม ช่วยกระจายแสงให้ทั่วบริเวณได้อย่างสม่ำเสมอ สิ่งที่สาวๆ มักจะต้องเจอส่วนใหญ่ ก็เห็นจะเป็นระดับแสงสว่างที่ไม่เพียงพอ สิ่งที่ตามมาก็ยิ่งทำให้คุณลงเครื่องสำอางที่ใบหน้าหนักขึ้น เพราะมองเห็นสีเครื่องสำอางจากกระจกได้ไม่ชัด แต่พอเดินออกจากบ้านใบหน้ากลับดูหน้าราวกับการแต่งหน้าไปเล่นงิ้ว

แต่กรณีที่แสงสว่างจ้าเกินไป ก็จะทำให้สาวๆ แต่งหน้าได้ไม่พอดี น้อยเกินไปจนทำให้เกิดความไม่สมส่วน หน้าดูซีดๆ ไร้ชีวิตชีวา นี่จึงเป็นที่มาของการเข้าใจระดับความสว่างที่พอดี โดยการเลือกใช้หลอดไฟที่เป็น "แสงขาว" ให้อยู่ในเฉดที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ข้อดีของแสงสว่างในระดับนี้ คือช่วยให้มองสีของเครื่องสำอางได้ชัดเจนไม่ผิดเพี้ยน หลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาดสำหรับการใช้แสงสีส้มนวล ที่แม้ว่าจะให้ความนุ่มละมุนตา แต่กลับเป็นตัวการทำให้การแต่งหน้าของคุณผู้หญิงพังเอาได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

จัดมุมแสงสว่างให้มองเห็นได้สมดุลทั่วใบหน้า

แสงสว่างที่ติดตั้งเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นด้านข้างของกระจก หรือด้านบน แนะนำว่าควรใช้วิธีผสมผสานทิศทางของแสงจากด้านข้างมากกว่าจะใช้แสงสว่างจากด้านบนส่องลงมา เพียงการขนาบข้างด้วยหลอดไฟให้แสงสว่างส่องเข้ามาในทิศทางที่มองเห็นใบหน้าได้ทั่วถึงและสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้ใบหน้าได้รับการแต่งแต้มอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูขาววอกหรือเว่อร์จนแก้มแดงปลั่งแบบไม่รู้ตัว

หลีกเลี่ยงหลอดไฟที่มาพร้อมความร้อน

การแต่งหน้ากับกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ซึ่งขนาบข้างด้วยหลอดไฟทั้งสองด้านแบบนี้ แน่นอนว่าการติดตั้งโดยส่วนใหญ่จะใช้หลายหลอดเรียงกันในแนวดิ่ง แสงสว่างจากหลอดไฟจะกระทบกับผิวหน้าโดยตรง ใบหน้ามีระยะที่ใกล้กับหลอดไฟมาก การเลือกชนิดของหลอดไฟที่ดี จึงควรเป็นประเภท LED หรือฟลูกออเรสเซนต์ที่ไม่นำความร้อนมาด้วย มิเช่นนั้นใบหน้าของสาวๆ ในระหว่างแต่งหน้า แทนที่จะขาวใสดูเปล่งปลั่ง กลับเรียกความมันออกมา เป็นหน้าเยิ้มเพราะความร้อนจากหลอดไฟที่ซื้อมาผิดประเภท ที่สำคัญอย่าลืมเลือกค่า CRI ตั้งแต่ 80 ขึ้นไป เพื่อให้ระดับความสว่างมีความใกล้เคียงกับแสงจากธรรมชาติมากที่สุดด้วย

การผสมผสานระหว่างแสงธรรมชาติกับแสงไฟประดิษฐ์

ในระหว่างวันของการแต่งหน้า หากเป็นไปได้คุณควรเปิดรับแสงสว่างจากภายนอกเข้ามาช่วยด้วย ซึ่งจะมีข้อดีมากกว่าการใช้งานแสงสว่างจากหลอดไฟประดิษฐ์เพียงอย่างเดียว ทว่าต้องมั่นใจก่อนว่าแสงสว่างที่ติดตั้งเอาไว้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งมีความเหมาะสม และถูกต้องแล้ว ไม่มีแสงสว่างที่ห้อยระย้ามาจากด้านบน ซึ่งจะเป็นตัวทำให้เกิดเงาทึบบนใบหน้าตามมา เมื่อทุกอย่างดูลงตัวแล้ว คุณก็สามารถแต่งหน้าด้วยการผสมผสานแสงสว่างจากหลอดไฟและแสงจากดวงอาทิตย์ข้างนอกเข้ามาบ้าง แต่ไม่ต้องมากเกินไปจนสว่างจ้า สามารถกรองแสงด้วยผ้าม่านหรือเปิดบานหน้าต่างเพียงแค่ในทิศทางที่ช่วยให้ใบหน้าชัดเจนขึ้นก็เพียงพอ สั้นๆ ก็คือว่าแสงสว่างที่ดีควรมาจากหลายๆ ทิศทาง จะช่วยให้ใบหน้าดูสวยเป๊ะได้แบบไม่หลอกตานั่นเอง

โคมไฟ

การจัดการกับแสงสว่างจากโคมไฟบริเวณมุมโปรดของสาวๆ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะเครื่องแป้งหรือหน้ากระจกเงา ก็ต้องเริ่มหันมาใส่ใจกับค่าความสว่างที่เหมาะสม เพื่อความสวยที่สมบูรณ์แบบไม่ต้องกลัวหน้าพัง แต่ก็อย่าลืมว่าพื้นที่ของการติดตั้งหลอดไฟในแต่ละบ้านล้วนมีข้อแตกต่างในการส่องสว่างที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นทำความเข้าใจกับแสงที่ส่องเข้ามาให้ดี แล้วเลือกหลอดไฟที่มีความเหมาะสมกับการใช้งาน ติดขนาบข้างกระจกเงาเอาไว้ก่อน จะได้ช่วยให้มองเห็นใบหน้าได้อย่างสมจริงมากที่สุด