เฉดสีขาวของแสงสว่างจากโคมไฟ เลือกใช้งานให้ถูกต้องสำหรับพื้นที่ภายในบ้าน

เฉดสีขาวของแสงสว่างจากโคมไฟ เลือกใช้งานให้ถูกต้องสำหรับพื้นที่ภายในบ้าน

จะบอกว่าแสงสีขาวจากโคมไฟที่นำมาใช้งาน เป็นแสงที่ได้รับความนิยมสำหรับใช้ประโยชน์ในการส่องสว่างเพื่อทำให้มองเห็นรายละเอียดบริเวณพื้นที่ภายในบ้านได้ชัดเจน ส่วนเรื่องความสวยงาม การสร้างบรรยากาศมักจะใช้แสงสว่างในโทนสีส้มอ่อนเพื่อความนุ่มละมุนตามากกว่า

เฉดสีขาวของแสงสว่าง เลือกใช้งานให้ถูกต้องสำหรับพื้นที่ภายในบ้าน

แต่จะว่าไปแล้ว แสงสีขาวไม่ได้มีแค่เฉดสีเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่จริงๆ แล้วมีด้วยกันราว 4 เฉดสีหลัก ที่นำมาใช้งานในวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกัน หากเลือกตกแต่งบ้านด้วยแสงสีนี้เป็นหลัก ก็ต้องรู้จักการคุมโทนให้เหมาะสม เอาเป็นว่ามือใหม่ที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าแสงสีขาวมีการแบ่งแยกย่อยออกไปอีกนั้น มาทำความเข้าใจกับโทนแสงเหล่านี้กันให้มากขึ้น จะได้รู้ว่าแต่ละตำแหน่งของบ้าน ควรใช้แสงขาวเฉดไหนที่ช่วยให้บรรยากาศลงตัวมากที่สุด

โทนสีขาวแบบ Cool Daylight ใช้กับงานที่จริงจัง

Cool Daylight เป็นแสงสว่างที่เราใช้งานกันบ่อยมากๆ ตามบ้านและที่ทำงาน ระดับอุณหภูมิของแสงจะอยู่ที่ 5,000 - 6,500 เคลวิน ลักษณะของแสงจะมีความแข็งกระด้าง ไม่เหมาะสำหรับการใช้งานเพื่อความผ่อนคลาย แต่จะให้ประโยชน์ได้ดีมากสำหรับการใช้งานเพื่อเน้นกระตุ้นความรู้สึกตื่นตัว มีความใกล้เคียงกับแสงสว่างในช่วงเวลากลางวันที่มีความจ้า ติดตั้งเอาไว้เพื่อช่วยให้มองเห็นรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจน มีความขาวจัด แบบที่ไม่มีโทนอื่นเข้ามาปน

การนำมาใช้ตกแต่งภายใน จะถูกเลือกให้ใช้เป็นแสงสว่างหลัก สามารถใช้ได้กับห้องทำงาน และอาจจะเลือกใช้กับห้องนั่งเล่นได้บ้าง ทว่าต้องผสมผสานระหว่างสองโทนสีเข้าด้วยกัน เพื่อลดความขาวที่มากเกินไป ดังนั้นแสงชนิดนี้จะเหมาะกับบ้านที่มีโฮมออฟฟิศในตัว เมื่อติดตั้งไว้ในห้องทำงาน จะทำให้รู้สึกกระฉับกระเฉง กระตุ้นพลังการทำงานให้มากขึ้นได้เป็นอย่างมาก

โทนสีขาวแบบ Cool White เน้นสบายนวลตา

Cool White หรือเรียกกันในอีกชื่อว่า Bright White เป็นแสงสว่างที่มีอุณหภูมิสีอยู่ที่ประมาณ 3,500-4,000 เคลวิน แสงสว่างที่ส่องออกมาจากโคมไฟหากใช้เป็นหลอดประเภทนี้ จะมีความแตกต่างจากแสงไฟแบบแรกอยู่พอสมควร นั่นก็คือความรู้สึกที่มีความนุ่มนวลตามากกว่า เป็นโทนสีขาวนวล ไม่แข็งกระด้าง จึงสามารถใช้งานได้ภายในห้องนั่งเล่น และนิยมใช้เป็นแสงหลักเช่นเดียวกัน ในกรณีที่เป็นห้องที่อยากเน้นความผ่อนคลาย

แสงสีขาวเฉดนี้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งแสงไฟอีกเฉดสีเข้ามาช่วยแต่อย่างใด มักติดตั้งเป็นแบบโคมไฟติดเพดาน และสปอตไลท์ นอกจากนี้ยังถูกนำไปติดตั้งในห้องครัวและห้องน้ำ ทำให้ห้องดูมีมิติสวยงาม และให้ประโยชน์ในการมองเห็นที่ชัดเจนไปในตัวอีกด้วย

โทนสีขาวแบบ Natural Daylight แสงจำลองโทนธรรมชาติ

Natural Daylight อาจดูเป็นเฉดสีของแสงที่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าใดนักสำหรับหลอดไฟที่ใช้ตามบ้าน แต่หากเปรียบเทียบกับแสงแบบ Cool Daylight ถือว่าอยู่ในโทนที่มีความใกล้เคียงแสงธรรมชาติมากที่สุด ด้วยอุณหภูมิของแสงสีจะอยู่ที่ 5,000 เคลวิน เหมาะสำหรับการนำมาใช้งานภายในห้องทำงานได้ มีประโยชน์ช่วยลดอาการตึงเครียด ช่วยทำให้ดวงตาผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อดวงตาจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ หรือการเพ่งอ่านหนังสือเป็นเวลานานๆ ดังนั้นคุณสามารถที่จะติดตั้งเอาไว้เป็นโคมไฟตั้งโต๊ะ หรือโคมไฟตั้งพื้น ที่มีทิศทางการให้แสงสว่างแบบเฉพาะพื้นที่ได้ สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติม หากต้องการเติมสีสันให้รอบๆ บ้านดูน่าสนใจ เฉดสีนี้เหมาะสำหรับนำไปตกแต่งตามต้นไม้ในยามค่ำคืน เพราะจะทำให้บรรยากาศดูเหมือนกับช่วงเวลากลางวัน มองเห็นชีวิตชีวาของต้นไม้และดอกไม้ได้ชัดเจน

โทนขาวแบบ Warm White ช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น

เฉดสี Warm White คุ้นหูคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะเป็นที่นิยมใช้ภายในบ้านเรือนกันอย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน ด้วยเฉดสีนี้เป็นการผสมผสานที่ให้แสงสว่างออกมาเป็นสีขาวอมเหลือง จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Soft White โดยอุณหภูมิของแสงจะอยู่ที่ 2,700-3,100 เคลวิน โทนสีที่เปล่งออกมา เห็นได้ชัดว่าต่างจากแสงขาวของหลอดไฟที่กล่าวมาข้างต้นอย่างชัดเจน มักถูกใช้งานภายในห้องนอน ห้องนั่งเล่น และแต่งเติมกับแสงสีอื่นๆ เพื่อช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ให้ความผ่อนคลายได้มากเป็นพิเศษ จนถือว่าแสงสว่างในเฉดนี้เหมาะสำหรับบำบัดอารมณ์ความเครียด และช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

โคมไฟ

เมื่อรู้จักกับเฉดสีต่างๆ ที่แตกต่างกันของหลอดไฟ ที่แม้จะเป็นแสงขาว แต่ก็มีการแบ่งแยกตามอุณหภูมิสีที่ต่างกันด้วย ดังนั้นหากจะเลือกใช้งานแสงประเภทไหน ก็ควรวางแผนว่าต้องการให้บรรยากาศของห้องได้ผลลัพธ์แบบไหนออกมา เมื่อการตกแต่งบ้านด้วยโคมไฟที่ใช้เฉดสีของแสงที่เหมาะสม ก็จะทำให้พื้นที่สะดวกสบายต่อการใช้งานตรงตามวัตถุประสงค์มากที่สุดตามมานั่นเอง