HOW TO & ADVICE

5 เหตุผลช่วยตัดสินใจว่าทำไมคุณถึงควรเลือกโคมไฟที่ใช้หลอดไฟ LED

เมื่อคุณกำลังมองหาหลอดไฟที่ดีที่สุดสำหรับการตกแต่งบ้านซึ่งชวนให้คุณงุนงงไปกับหลากหลายประเภทของหลอดไฟที่มีให้เลือกมากมายในปัจจุบัน กลายเป็นความไม่มั่นใจว่าการเลือกใช้ดวงไฟส่องสว่างแบบไหนจึงจะเหมาะสำหรับบ้านของตัวเองมากที่สุด เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนี้ไม่ใช่เพียงแค่นำไปใช้ประโยชน์ในการให้แสงสว่างเพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ยังถูกนำไปใช้เป็นของตกแต่งที่ช่วยเติมเสน่ห์ให้บ้านดูสวยมากขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่เราต้องการเป็นตัวเลือกหลักๆ คือประสิทธิภาพในการใช้งาน เป็นจุดประสงค์แรกที่ทุกคนควรคำนึงถึง

เรายังคงอยู่ในยุคที่ตัดสินใจเลือกใช้หลอดไฟทั่วไปที่ได้รับความนิยม เนื่องด้วยราคาที่ถูก จึงกลายเป็นการตัดสินใจที่ง่ายขึ้น มากกว่าที่จะเลือกหลอดไฟ LED ที่มีราคาแพงมากกว่า แต่หากลองเปรียบเทียบด้านประโยชน์ในการใช้งาน คุณจะพบว่าการจ่ายเพิ่มอีกสักหน่อยเพื่อเปลี่ยนประสิทธิภาพของแสงสว่างภายในบ้านให้ดียิ่งขึ้น ด้วยข้อมูลทั้งหมดนี้จะเป็นคำตอบที่ดี ที่จะช่วยให้คุณเปลี่ยนใจหันมาเลือกใช้โคมไฟที่เป็นหลอดไฟ LED ซึ่งรับรองว่ามันจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

1.หลอดไฟ LED มีอายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟธรรมดา

หากเปรียบเทียบตัวหลอดไฟธรรมดาซึ่งเป็นโคมไฟที่ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนหลอด LED เป็นประเภทของหลอดไส้ที่ให้ทั้งแสงสว่างและความร้อนสูง เป็นตัวการทำให้พวกมันมีอายุการใช้งานที่สั้นกว่าหลอด LED สังเกตได้ว่าหลอดทั่วไปจะถูกเปลี่ยนใหม่อยู่บ่อยครั้งเมื่อลองเทียบกับคุณภาพอายุการใช้งานของ LED เนื่องจากภายในหลอดไฟธรรมดาเป็นเส้นใยขนาดเล็ก เกิดแสงสว่างขึ้นด้วยการเผาไหม้ ทำให้เกิดความร้อน จะพบปัญหาหลอดขาดได้ง่าย

ในขณะที่หลอด LED จะเป็นการให้แสงสว่างในทางตรงกันข้าม เพราะเป็นการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในสารกึ่งตัวนำ ซึ่งไม่ส่งผลให้เกิดความร้อน มีอายุการใช้งานได้ยาวนาน เริ่มตั้งแต่ 50,000 ชั่วโมงขึ้นไป และอาจมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับคุณภาพการผลิตในแต่ละโรงงาน คุณอาจจะสามารถซื้อหลอดไฟ LED เพียงหลอดเดียวที่มีคุณภาพการใช้งานยาวนานอย่างน้อย 5 ปีกันได้เลยทีเดียว

2.หลอดไฟ LED ช่วยลดความร้อนให้น้อยลง

ด้วยการใช้งานของหลอดไฟ LED จึงมักไม่สร้างปัญหากับโคมไฟที่เป็นพลาสติกเมื่อเทียบกับหลอดไฟไส้ทั่วๆ ไป เนื่องจากความร้อนที่ปล่อยออกมามีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี แน่นอนว่าคุณสามารถที่จะสัมผัสตัวหลอดไฟตรงๆ ด้วยมือเปล่าได้ เพราะมันจะเป็นเพียงสัมผัสอุ่นๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น

3.ความแข็งแรงทนทานของหลอดไฟ LED

หนึ่งในข้อบกพร่องที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดของหลอดธรรมดา คือความเปราะบางจนทำให้เราต้องคอยเปลี่ยนหลอดบ่อยๆ เนื่องจากปัญหาหลักคือหลอดขาด  ความเปราะบางของกระเปาะแก้วด้านนอก ยังเสี่ยงที่จะแตกร้าวได้ง่าย นั่นจึงทำให้มันเป็นหลอดไฟที่มีราคาถูกมากกว่า LED แต่เมื่อได้ลองเทียบกับคุณภาพที่ใช้ ตัวหลอด LED จะทนต่อแรงกระแทกได้มากกว่า จึงสามารถนำไปติดตั้งได้หลากหลายจุดภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นในบ้านหรือกลางแจ้งก็จะไม่เกิดผลกระทบใดๆ ตามมา

4.หลอดไฟ LED กินไฟน้อยกว่าหลอดไส้ทั่วไป

หลอดไฟ LED มีราคาแพงมากกว่าหลอดทั่วไป แต่มันจะเกิดขึ้นในการซื้อครั้งแรกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แต่หากมองไกลออกไปในระยะยาว หลอดไฟตัวนี้จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมหาศาล เนื่องจากตัวหลอดมีความร้อนต่ำมาก จึงทำให้มันกินไฟน้อย มันให้แสงสว่างมากถึง 80% แต่กินไฟเพียงแค่ 20% เมื่อเทียบกับหลอดไฟธรรมดา นั่นหมายถึง LED มีประสิทธิภาพในการให้แสงสว่างได้สูง แต่กินไฟต่ำนั่นเอง

5.หลอดไฟ LED เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ด้วยประโยชน์ต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่าหลอดไฟ LED มีประโยชน์มากมายที่คุ้มค่าแก่การควักเงินในกระเป๋าเพื่อซื้อ อีกหนึ่งความน่าสนใจสำหรับคนรักสิ่งแวดล้อม หลอดไฟทั่วๆ ไป รวมถึงหลอดฟลูออเรสเซนต์ จะมีส่วนประกอบของปรอทอยู่ภายใน เมื่อหมดอายุการใช้งาน มันจะกลายเป็นขยะมลพิษต่อสภาพแวดล้อม ต่างจากหลอด LED ที่ไม่มีสารพิษใดๆ สามารถทิ้งลงถังขยะหน้าบ้านของคุณได้อย่างปลอดภัย ทั้งต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม

หลอดไฟ led เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น เป็นประโยชน์เด่นๆ ของหลอดไฟ LED ที่ควรค่าแก่การนำมาใช้เป็นหลอดไฟประจำบ้าน ซึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจของมันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ แต่คุณจะได้พบกับความคุ้มค่าด้วยตัวเอง เมื่อทุกห้องภายในบ้านถูกเติมแสงสว่างด้วยหลอดไฟที่มีประสิทธิภาพ ได้ทั้งประโยชน์และความสวยงามที่เรียกได้ว่าตัดสินใจไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน

Share this
Older Post Newer Post