ไอเดียแต่งบ้านด้วยโคมไฟสำหรับปี 2017

ไอเดียแต่งบ้านด้วยโคมไฟสำหรับปี 2017

ไอเดียแต่งบ้านด้วยโคมไฟสำหรับปี 2017


แนวคิดเกี่ยวกับการตกแต่งแสงไฟภายในบ้านที่สมบูรณ์แบบ หรืออาจะเรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จนั่นก็คือ การที่เหล่าแสงสว่างช่วยเนรมิตบรรยากาศภายในบ้านและยังเป็นตัวกำหนดโทนของห้องต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดความเหมาะสม ดูลงตัวไปด้วยกัน ด้วยการเลือกประเภทของหลอดไฟที่มีความหลากหลาย แต่ทุกชิ้นควรจะต้องมีความสัมพันธ์กันด้วย

ในเวลาเย็นที่ท้องฟ้าเริ่มมืด แสงไฟอิเล็กทรอนิกส์ก็จะถูกเข้ามาแทนที่ แน่นอนว่าเราสามารถที่จะจำลองโทนสีของแสงสว่างในช่วงเวลากลางวัน จับมาใส่ไว้กับไอเดียของโคมไฟ เพื่อช่วยสร้างความสวยงามและบรรยากาศที่ลงตัว

แม้แสงที่ได้ออกมาจะไม่ได้ให้สัมผัสที่เหมือนกับแสงอาทิตย์โดยตรงก็ตาม แต่ด้วยองค์ประกอบที่มีความเป็นธรรมชาติ การกระจายตัวของแสงสว่างที่นุ่มละมุน สามารถใช้เป็นแนวทางประยุกต์ใช้สำหรับการจัดการกับเหล่าแสงไฟประดิษฐ์ ที่แฝงไปด้วยความทันสมัย เป็นสไตล์ที่น่าสนใจ สำหรับใช้เป็นไอเดียแต่งบ้านในปี 2017 ได้เป็นอย่างดีทีเดียว

การเลือกโคมไฟให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

การเลือกโคมไฟให้เหมาะสมตามวัตถุประสงค์การใช้งาน

เข้าประเด็นสำหรับการเลือกซื้อโคมไฟ ซึ่งคงไม่ใช่แค่ประโยชน์ด้านความสว่างเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว แต่ในยุคสมัยที่การตกแต่งบ้าน สามารถนำเอาโคมไฟที่มีดีไซน์หลากหลายมาใช้งานจนกลายเป็นของตกแต่ง ช่วยให้บ้านดูโดดเด่นมากขึ้น เพราะฉะนั้นหัวใจแรกของการเลือกใช้เหล่าแสงไฟประดิษฐ์ คือการเข้าใจจุดประสงค์ที่เราต้องการนำไปใช้ เพื่อจะได้ทราบจำนานที่ติดตั้ง พร้อมเลือกสรรลักษณะการส่องสว่างที่เหมาะสมที่สุดในการใช้งาน การจัดแสงที่ดีจะต้องไม่ทำให้รู้สึกแสบตา บรรยากาศภายในห้องควรนุ่มนวล สบายตา ไม่สว่างจ้าจนเกินไป แต่ในขณะเดียวกัน หากเป็นห้องครัว หรือห้องน้ำ ก็ควรเลือกระดับแสงไฟที่กระจายความสว่างให้ทั่วถึง เน้นการใช้งานเพื่อความปลอดภัยเอาไว้ก่อน

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อโคมไฟตกแต่งบ้าน

เมื่อหัวใจสำคัญอยู่ที่การใช้งาน วัตถุประสงค์จึงต้องเน้นประโยชน์ก่อนความสวยงาม เพราะฉะนั้นก่อนเลือกซื้อ ควรพิจารณาจำนวนวัตต์หรือค่าลูเมนให้ดีก่อนว่าเพียงพอกับความต้องการหรือไม่

ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อโคมไฟตกแต่งบ้าน

หากต้องการโคมไฟที่มีความนุ่มนวล เน้นสำหรับใช้งานภายในห้องนอน เป็นแสงไฟแบบสลัวๆ ลองเลือกใช้เป็นหลอดไฟฮาโลเจนที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่าหลอดไฟ LED หรือหลอดไฟแบบประหยัดไฟฟ้า ซึ่งจะมีแสงพิเศษเช่นนี้แค่บางรุ่นเท่านั้น เพื่อช่วยให้การเลือกซื้อโคมไฟได้ถูกต้องมากที่สุดสำหรับการใช้งานแบบไม่ผิดหวัง ระหว่างหลอดไส้ (Incandescent) และหลอดไฟฮาโลเจน จะมีคุณสมบัติกระจายแสงที่เป็นสีส้มนวลอกมา ซึ่งเราเรียกแสงชนิดนี้ว่า " warm white" เป็นแสงที่ได้รับความนิยม แต่ไม่ใช่สำหรับการใช้งานในทุกๆ ห้องภายในบ้าน เพราะยังมีตัวเลือกจากแสงประเภทต่างๆ ให้เลือกใช้อีก เช่น cool white และ daylight white เป็นต้น โดยแสงไฟประเภทอื่นเป็นที่รู้จักในชื่อของหลอดฟลูออเรสเซนต์ และหลอด LED ที่สามารถนำมาประยุกต์ได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการปรับองศาการส่องสว่าง หรือการกระจายตัวของแสง ที่ล้วนมีความสัมพันธ์ในการใช้งานด้วยกันทั้งสิ้น

ความเกี่ยวข้องระหว่างอุณหภูมิสีกับการเลือกใช้งานให้เหมาะกับห้องต่างๆ

การใช้งานโคมไฟตกแต่งภายในบ้านยังขึ้นอยู่กับพื้นที่ๆ ใช้ด้วยว่า มีขนาดเล็กใหญ่แค่ไหน การเลือกค่าอุณหภูมิแสงแบบ warm white (2,700-2,900 K) จะเหมาะสำหรับการนำไปใช้ภายในห้องนั่งเล่นและห้องนอน ซึ่งจะช่วยขับเน้นความสบายตา และผ่อนคลายได้ดีกว่าแสงไฟแบบ cold white (3,300-5,000 K)

ความเกี่ยวข้องระหว่างอุณหภูมิสีกับการเลือกใช้งานให้เหมาะกับห้องต่างๆ

ในขณะเดียวกัน แสงไฟแบบ Daylight white light ซึ่งมีอุณหภูมิสีอยู่ที่ประมาณ 5,000 K ส่วนใหญ่ถูกใช้งานตามพื้นที่ทำงาน ห้องประชุม ห้องครัว และห้องน้ำ โดยแสงไฟทั้งหมดที่ถูกติดตั้ง ล้วนส่งผลต่ออารมณ์ความรู้สึก บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่น จึงแตกต่างไปจากบรรยากาศภายในห้องครัวที่มีแสงสว่างมากกว่า

พื้นฐานความเข้าใจในการจัดแสงสว่างภายในบ้านจะเป็นตัวช่วยให้เราเลือกซื้อโคมไฟที่คุ้มค่ากับการใช้งาน การติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสม แน่นอนว่ามันจะช่วยให้การทำงานต่างๆ สะดวกสบาย โดยเฉพาะบริเวณโต๊ะทำงาน, เคาน์เตอร์ทำอาหาร, ห้องน้ำ, ห้องนอน และห้องนั่งเล่น

ประเภทของโคมไฟที่หลากหลายจึงไม่ใช่เพียงแค่การดีไซน์ออกมาให้ตรงกับความชอบ แต่ยังถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานให้เหมาะสำหรับห้องนั้นๆ โคมไฟดวงเดียวสำหรับห้องหนึ่งๆ จึงไม่เพียงพอสำหรับการใช้งาน ดังนั้นเราจึงควรเลือกการออกแบบแสงสว่างให้เหมาะสมกับห้องแบบเจาะจงและมีความเฉพาะตัว ก็จะช่วยเสริมบรรยากาศดีๆ ให้ทุกห้องในบ้านสมบูรณ์แบบมากที่สุด